หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อมูลท่องเที่ยว - จังหวัดกาฬสินธุ์  (อ่าน 17518 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2010, 12:01:37 PM »

ข้อมูลทั่วไป

เมืองฟ้าแดดสงยาง โปงลางเลิศล้ำ วัฒนธรรมผู้ไทย ผ้าไหมแพรวา ผาเสวยภูพาน มหาธารลำปาว ไดโนเสาร์สัตว์โลกล้านปี

 

     กาฬสินธุ์ เป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์จังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน จากหลักฐานทางโบราณคดีบ่งบอกว่าเคยเป็นที่อยู่อาศัยของเผ่าละว้า ซึ่งมีความเจริญทางด้านอารยธรรมประมาณ 1,600 ปี จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เริ่มตั้งเป็นเมืองในสมัยรัตนโกสินทร์ เมื่อปี พ.ศ. 2336 โดยท้าวโสมพะมิตร ได้อพยพหลบภัยมาจากดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงพร้อมไพร่พล และมาตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำปาว เรียกว่า “บ้านแก่งสำโรง” แล้วได้นำเครื่องบรรณาการเข้าถวายสวามิภักดิ์ต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ต่อมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ยกฐานะบ้านแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมือง และพระราชทานนามว่า “เมืองกาฬสินธุ์” หรือ “เมืองน้ำดำ” ซึ่งเป็นเมืองที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยโบราณกาล “กาฬ” แปลว่า “ดำ” “สินธุ์” แปลว่า “น้ำ” กาฬสินธุ์จึงแปลว่า “น้ำดำ” ทั้งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ท้าวโสมพะมิตรเป็น “พระยาชัยสุนทร” ครองเมืองกาฬสินธุ์เป็นคนแรกกาฬสินธุ์อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 519 กิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 18  คือ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอยางตลาด อำเภอกมลาไสย อำเภอสหัสขันธ์ อำเภอสมเด็จ อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอท่าคันโท อำเภอเขาวง อำเภอห้วยเม็ก อำเภอคำม่วง อำเภอหนองกุงศรี อำเภอนามน อำเภอห้วยผึ้ง อำเภอร่องคำ อำเภอสามชัย อำเภอนาคู อำเภอดอนจาน และอำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์มีเนื้อที่ทั้งหมด 7,055.07 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศตอนบนเป็นภูเขาตามแนวเทือกเขาภูพาน ตอนกลางเป็นเนินเขาสลับป่าโปร่ง
อาณาเขต  

ทิศเหนือ ติดต่อจังหวัดอุดรธานี สกลนคร
ทิศใต้ ติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด มหาสารคาม
ทิศตะวันออก  ติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด มุกดาหาร
ทิศตะวันตก ติดต่อจังหวัดมหาสารคาม ขอนแก่น และอุดรธานี

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ  

ที่ทำการไปรษณีย์กาฬสินธุ์ โทร. 0 4381 1142-3
โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ โทร. 0 4381 1020
สถานีเดินรถโดยสารประจำทาง โทร. 0 4381 1298,0 4381 3451,0 4381 2191,0 4381 1070
สถานีตำรวจภูธร 0 4381 1111,0 4381 2191
สำนักงานเทศบาลเมือง โทร. 0 4381 1284,  
สำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ โทร. 0 4381 1695,0 4381 5331

Link ที่น่าสนใจ  

สำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์
http://www.kalasin.go.th

*ภาพจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2010, 11:44:21 AM โดย Thailand Holiday Club » บันทึกการเข้า
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2010, 12:47:12 PM »

ข้อมูลการเดินทาง

รถยนต์

จากกรุงเทพฯ-กาฬสินธุ์ ใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ-สระบุรี-นครราชสีมา (ทางหลวงหมายเลข 2) ถึงอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ต่อด้วยเส้นทางหลวงหมายเลข 23 ทางหลวงหมายเลข 213และ 209 มหาสารคาม-กาฬสินธุ์ รวมระยะทาง 519 กิโลเมตร

รถไฟ

นักท่องเที่ยวสามารถลงได้ที่สถานีรถไฟขอนแก่น จากขอนแก่นต่อรถโดยสารประจำทางเข้าจังหวัดกาฬสินธุ์ประมาณ 78กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยบริการเดินทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690, 0 2223 7010,0 2223 7020 สถานีรถไฟขอนแก่น โทร. 0 43 22 1112 www.railway.co.th

รถโดยสารประจำทาง

บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ-กาฬสินธุ์ทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถานีขนส่ง จตุจักร(หมอชิต 2) โทร. 0 2936 2852-66 www.transport.co.th

เครื่องบิน

จังหวัดกาฬสินธุ์ไม่มีสนามบิน นักท่องเที่ยวสามารถลงได้ที่จังหวัดร้อยเอ็ด แล้วต่อรถโดยสายประจำทางไปจังหวัดกาฬสินธุ์ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร สอบถามตารางเที่ยวบินได้ที่สายการบิน พี บี แอร์ โทร. 0 2261 0220 ต่อ 201-210 สำนักงานร้อยเอ็ด โทร. 0 4351 8572 www.pbair.com
 
การคมนาคมภายในตัวจังหวัด จ.กาฬสินธุ์

มีรถ 3 ล้อถีบรับจ้างอยู่ทั่วไป และยังมีรถโดยสารประจำทางวิงระหว่างตัวจังหวัดไปยังอำเภอต่างๆ อีกด้วย

การเดินทางจากอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ไปยังอำเภอต่าง ๆ

อำเภอเมือง  - กิโลเมตร
อำเภอกมลาไสย  12 กิโลเมตร
อำเภอยางตลาด  16 กิโลเมตร
อำเภอสหัสขันธ์  39 กิโลเมตร
อำเภอร่องคำ  39 กิโลเมตร
อำเภอสมเด็จ  40 กิโลเมตร
อำเภอนามน  42 กิโลเมตร
อำเภอห้วยเม็ก 48 กิโลเมตร
อำเภอห้วยผึ้ง 60 กิโลเมตร
อำเภอหนองกุงศรี  62 กิโลเมตร
อำเภอกุฉินารายณ์ 79 กิโลเมตร
อำเภอคำม่วง  81 กิโลเมตร
อำเภอสามชัย  85 กิโลเมตร
อำเภอนาค  88 กิโลเมตร
อำเภอท่าคันโท  99 กิโลเมตร
บันทึกการเข้า
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2010, 12:47:33 PM »

แผนที่สำคัญในจังหวัด

แผนที่ท่องเที่ยว จ.กาฬสินธุ์



แผนที่ตัวเมืองกาฬสินธุ์

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 03, 2010, 01:17:05 PM โดย Thailand Holiday Club » บันทึกการเข้า
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2010, 01:02:26 PM »

สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์

 เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2539 เด็กหญิงสองคนพร้อมด้วย ผู้ปกครองไปทานข้าวในวันหยุด ได้พบรอยเท้าประหลาดกลางลานหินลำห้วยเหง้าดู่ เชิงเขาภูแฝก บริเวณเทือกเขาภูพาน บ้านน้ำคำ ตำบลภูแล่นช้าง กิ่งอำเภอนาคู หลังจากนั้นได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่นักธรณีวิทยาพร้อมด้วยส่วนราชการ และเอกชน จ.กาฬสินธุ์ ได้เดินทางไปสำรวจจึงพบว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ ประเภทเทอร์โรพอด 7 รอย จัดอยู่ในกลุ่มคาร์โนซอร์ชนิดกินเนื้อ อายุประมาณ 140 ล้านปี


น้ำตกผานางคอย

 เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ไหลมาจากเทือกเขาภูพาน แบ่งเป็นชั้นๆ มีความสวยงามมาก สภาพป่าโดยรอบเขียวขจีอุดมสมบูรณ์ และลักษณะเด่นคือ มีน้ำไหลตลอดปีแม้ในฤดูแล้ง

การเดินทาง
จากสี่แยกอำเภอเขาวงทางหลวงหมายเลข 2291 เดินทางเข้าทาง รพช. มีป้ายตรงไปน้ำตกผานางคอยระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร (ทางบางช่วงจะเป็นลูกรัง)


น้ำตกตาดทอง

 อยู่ในเขตอำเภอเขาวง บนเส้นทาง เขาวงดงหลวง-มุกดาหาร เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามด้วยโขดหินสลับซับซ้อน ในฤดูฝนจะเป็นช่วงที่สวยงามที่สุด น้ำตกตาดทองจะจัดให้มีงานขึ้นทุกๆ ปี ในช่วงเดือนตุลาคม รถยนต์สามารถเดินทางเข้าถึงน้ำตกได้โดยสะดวก

การเดินทาง
เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 2291 ถึงสามแยกกุดปลาเค้าเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2287 กิโลเมตรที่ 76 น้ำตกจะอยู่ทางขวามือ


กลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน

 อยู่ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ 70 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 227 ผ้าแพรวาเป็นผ้าไหมลายมัดหมี่ที่มีลายเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกลุ่มทอผ้าชาวผู้ไทยบ้านโพนแบ่งออกเป็น 2 ลาย ได้แก่ ลายหลัก และลายแถบ ส่วนสีของผ้าแพรวามิได้มีเพียงสีแดงเท่านั้น ปัจจุบันนี้มีการให้สีต่างๆ มากขึ้นตามความต้องการของตลาด เช่น สีครีม สีชมพูอ่อน สีม่วง สีน้ำเงิน สีเขียว เป็นต้น ซึ่งนับได้ว่าการทอผ้าแพรวาเป็นงานศิลปหัตถกรรมประเภทสิ่งทอที่หาได้น้อยแห่งในประเทศไทย ต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงสนับสนุนจนเป็นที่แพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ


หมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทยโคกโก่ง

 เดินทางจากอำเภอกุฉินารายณ์ ไปตามถนนหมายเลข 2042 ประมาณ 12 กิโลเมตร ถึงบ้านนาไคร้ เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร  หมู่บ้านวัฒนธรรมไทยโคกโก่ง เป็นหมู่บ้านที่มีการอนุรักษ์วัฒนธรรมชาวผู้ไทย เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวที่สนใจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้พักแรม (home stay) สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน กิจกรรมที่จัดให้ได้แก่ พิธีบายศรีสู่ขวัญ พิธีเหยา (การรักษาผู้ป่วย) ประเพณีลงข่วง รับประทานอาหารพื้นบ้านแบบพาแลง ชมการแสดงศิลปพื้นบ้าน และเพลิดเพลินกับการเดินชมป่าเขาลำเนาไพร น้ำตกตาดสูง-ตาดยาว ศึกษาธรรมชาติพรรณไม้และพืชสมุนไพรท้องถิ่น ตามเส้นทางเดินป่าในวนอุทยานภูผาวัว เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูสีฐาน ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 4381 9500
การเดินทาง
จากอำเภอกุฉินารายณ์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 2042 ประมาณ 12 กิโลเมตร ถึงบ้านนาไคร้ เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร

หมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทยโคกโก่ง ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประจำปี 2551 ประเภทแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือดีเด่น


ผาเสวย

 อยู่บนเทือกเขาภูพาน เขตบ้านแก้งกะอาม ตำบลผาเสวย อำเภอสมเด็จ ห่างจากที่ว่าการอำเภอสมเด็จ 17 กิโลเมตร หรืออยู่ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ประมาณ 58 กิโลเมตร เส้นทางสายสมเด็จ-สกลนคร เดิมชาวบ้านเรียกว่า “ผารังแร้ง” เมื่อ พ.ศ. 2497 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จผ่านและเสวยพระกระยาหารกลางวัน จึงเรียกที่ประทับนั้นว่า “ผาเสวย” ลักษณะตั้งอยู่บนเหวลึก หน้าผาสูงชัน ชาวบ้านเรียกว่า “เหวหำหด” บนหน้าผาเสวยสามารถชมทัศนียภาพและเป็นที่พักผ่อนได้เป็นอย่างดี


พระธาตุยาคู

 เดิมเรียกว่า “ธาตุใหญ่” เป็นพระสถูปสมัยทวาราวดี (ราวพุทธศตวรรษที่ 13-15) ตั้งอยู่กลางทุ่งนาทิศเหนือบ้านเสมา อำเภอกมลาไสย ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ประมาณ 19 กิโลเมตร เป็นศิลปะการก่อสร้างแบบทวาราวดี ทำด้วยอิฐดิน ฐานเป็นรูป 8 เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ขนาดฐานกว้าง 10 เมตร ยาว 10 เมตร สร้างซ้อนกันเป็นลักษณะแบบจตุรมุขสูงจากฐานถึงยอด 8 เมตร เชื่อกันว่าเป็นเจดีย์บรรจุอัฐิของพระเถระผู้ใหญ่ที่ชาวเมืองเคารพนับถือ สังเกตได้จากเมื่อเมืองเชียงโสมชนะสงคราม ได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองฟ้าแดดแต่ไม่ได้ทำลายพระธาตุยาคู จึงเป็นโบราณสถานที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ซึ่งต่อมาได้มีการบูรณะ ชาวบ้านจะจัดให้มีงานเทศกาลเป็นประจำทุกปีในระหว่างเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม เพื่อเป็นการขอฝนและความร่มเย็นของหมู่บ้าน


เมืองฟ้าแดดสงยาง

 เมืองฟ้าแดดสงยาง  ตั้งอยู่ที่บ้านเสมา ตำบลหนองแปง ห่างจากตัวจังหวัด 19 กิโลเมตร ตามเส้นทางหมายเลข 214 (กาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด) ระยะทาง 13 กิโลเมตร ถึงอำเภอกมลาไสย เลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข 2367 ระยะทาง 6 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าซอยอีกประมาณ 400 เมตร เมืองฟ้าแดดสงยางหรือที่เรียกเพี้ยนเป็นฟ้าแดดสูงยาง บางแห่งเรียกเมืองเสมาเนื่องจากแผนผังของเมืองมีรูปร่างคล้ายใบเสมา เป็นเมืองโบราณที่มีคันดินล้อมรอบ 2ชั้น ความยาวของคันดินโดยรอบประมาณ 5  กิโลเมตร คูน้ำจะอยู่ตรงกลางคันดินทั้งสอง จากหลักฐานโบราณคดีที่ค้นพบ ทำให้ทราบว่ามีการอยู่อาศัยภายในเมืองมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ แล้วได้เจริญรุ่งเรืองมากขึ้นในสมัยทวารวดีราวพุทธศตวรรษที่ 13-15  ดังหลักฐานทางพุทธศาสนาที่ปรากฏโดยทั่วไปทั้งภายในและนอกเมือง เช่น ใบเสมาหินทราย จำหลักภาพเรื่องชาดก และพุทธประวัติจำนวนมาก บางส่วนเก็บไว้ที่วัดโพธิ์ชัยเสมารามซึ่งอยู่ภายในเมือง บางแห่งอยู่ในตำแหน่งดั้งเดิมที่พบ และบางส่วนก็นำไปเก็บรักษาและจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
ขอนแก่น นอกจากนั้นยังมีซากศาสนสถานกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปภายในเมืองและนอกเมือง เช่นพระธาตุยาคู  และกลุ่มเจดีย์บริเวณศาสนสถานที่โนนวัดสูง โนนฟ้าหยาด และโนนฟ้าแดด กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเมืองฟ้าแดดสงยางเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2479

พระธาตุยาคู  หรือพระธาตุใหญ่ เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าแดดสงยาง ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมก่อด้วยอิฐปรากฏการก่อสร้าง 3 สมัยด้วยกันคือ ส่วนฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม มีบันไดทางขึ้น 4  ทิศ มีปูนปั้นประดับสร้างในสมัยทวารวดี ถัดขึ้นมาเป็นฐานรูปแปดเหลี่ยมซึ่งสร้างซ้อนทับบนฐานเดิมเป็นรูปแบบเจดีย์ในสมัยอยุธยา ส่วนองค์ระฆังและส่วนยอดสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ รอบ ๆ องค์พระธาตุพบใบเสมาแกะสลักภาพนูนต่ำเรื่องพุทธประวัติ ชาวบ้านเชื่อกันว่าในองค์พระธาตุบรรจุอัฐิของพระเถระผู้ใหญ่ที่ชาวเมืองเคารพนับถือ สังเกตได้จากเมื่อเมืองเชียงโสมชนะสงคราม ได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองฟ้าแดดแต่ไม่ได้ทำลายพระธาตุยาคู จึงเป็นโบราณสถานที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ชาวบ้านจะจัดให้มีงานประเพณีบุญบั้งไฟเป็นประจำทุกปีในเดือนพฤษภาคม เพื่อเป็นการขอฝนและความร่มเย็นให้กับหมู่บ้าน


พุทธสถานภูปอ

 ตั้งอยู่ตำบลภูปอ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ไปทางทิศเหนือประมาณ 28 กิโลเมตร ตามเส้นทางหมายเลข 2319 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณปางไสยาสน์ ฝีมือช่างจากสมัยทวารวดี จำหลักบนหน้าผา 2 องค์ เป็นที่เคารพบูชาของชาวจังหวัดกาฬสินธุ์และใกล้เคียง องค์แรกประดิษฐานอยู่บนเชิงเขาทางขึ้น องค์ที่ 2 ประดิษฐานอยู่บนภูปอ นอกจากภูปอจะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังมีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจอย่างยิ่ง ประชาชนในท้องถิ่นจัดงานสมโภชน์พระพุทธไสยาสน์ขึ้นประมาณเดือนเมษายนของทุกปี


อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร (ท้าวโสมพะมิตร)

ตั้งอยู่หน้าที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอนุสาวรีย์หล่อด้วยสัมฤทธิ์เท่าตัวจริงยืนบนแท่นมือขวาถือกาน้ำ มือซ้ายถือดาบอาญาสิทธิ์ ชาวกาฬสินธุ์ทุกหมู่เหล่าได้สละทรัพย์ก่อสร้างอนุสาวรีย์ เพื่อเป็นการแสดงกตเวทิตาต่อผู้ให้กำเนิดเมืองกาฬสินธุ์


วัดกลาง

อยู่ที่อำเภอเมือง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ดำ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 20 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปลักษณะงดงาม สร้างในสมัยพระเจ้าคูนาข้าม พระชัยสุนทร (กิ่ง) ได้นำมาเป็นพระพุทธรูปศรีเมือง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หากปีใดฝนแล้งประชาชนชาวเมืองจะอัญเชิญพระพุทธรูปออกแห่ขอฝนเสมอ ที่พระแท่นมีรอยจารึกเป็นอักษรไทยโบราณนอกจากพระพุทธรูปองค์ดำแล้ว วัดกลางยังมีพระพุทธบาทจำลองขนาดกว้าง 1 ศอก ยาว 4 ศอก ทำด้วยศิลาแลง สันนิษฐานว่าในสมัยละว้าปกครอง เดิมอยู่ริมลำปาวใกล้แก่งสำโรงได้มีการสมโภชน์ทุกปี แต่ต่อมาตลิ่งลำปาวพังเข้ามาทุกปี ชาวเมืองเกรงจะถูกน้ำเซาะทำลาย จึงได้อัญเชิญมาไว้ในพระอุโบสถร่วมกับพระพุทธรูปองค์ดำ


วัดศรีบุญเรือง (วัดเหนือ)

เป็นวัดเก่าแก่ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์แห่งหนึ่ง ซึ่งมีเสมาจำหลักเมืองฟ้าแดดสูงยางจำนวนหนึ่งเก็บรักษาไว้ โดยปักไว้รอบพระอุโบสถ หลักเสมาจำหลัก ที่สวยงามคือ หลักที่จำหลักเป็นรูปเทวดาเหาะอยู่เหนือปราสาททำเป็นซุ้มเรือนแก้ว (ศิลปแบบทวารวดี) ซ้อนกันเป็น 2 ชั้น ล่างสุดมีรูปกษัตริย์ พระมเหสี และพระโอรส


เขื่อนลำปาว

 เป็นเขื่อนดินซึ่งสร้างปิดกั้นลำน้ำปาว และห้วยยาง มีบริเวณเขตติดต่อระหว่างตำบลลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ตำบลหนองบัว อำเภอหนองกุงศรี และตำบลเว่อ อำเภอยางตลาด ตามเส้นทางหมายเลข 209 ทางหลวงสายกาฬสินธุ์-มหาสารคาม ตรงหลักกิโลเมตรที่ 10 แยกขวามือเข้าเขื่อนลำปาวตามถนนลาดยาง 26 กิโลเมตร เป็นเขื่อนดินสูงจากท้องน้ำ 33 เมตร สันเขื่อนยาว 7.8 เมตร กว้าง 8 เมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2506 สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2511 เพื่อปิดกั้นลำน้ำปาวและห้วยยางที่บ้านหนองสองห้อง ตำบลลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำแฝดทางด้านเหนือเขื่อน จึงได้ขุดร่องเชื่อมระหว่างอ่างทั้งสอง เก็บน้ำได้ 1,430 ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นเพื่อบรรเทาอุทกภัยและเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจได้แก่ หาดดอกเกด ซึ่งเปรียบเสมือนสวรรค์ชายหาดของคนอีสาน


พิพิธภัณฑ์สิรินธร

ตั้งอยู่ที่เชิงภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ (ทางหลวง 227) ประมาณ 28 กิโลเมตร (ก่อนถึงสหัสขันธ์ 2 กิโลเมตร) มีทางแยกขวาไปอีก 1 กิโลเมตร บริเวณภูกุ้มข้าว ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของวัดสักกะวัน เป็นสถานที่ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมาก รวมทั้งโครงกระดูกไดโนเสาร์ทั้งตัวที่สมบูรณ์ที่ฝังอยู่ในพื้นดินและได้รับการขุดแต่งโดยเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี

พิพิธภัณฑ์สิรินธร หรือพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว เป็นพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิจัยเกี่ยวกับไดโนเสาร์ ที่สมบูรณ์แบบและใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า "พิพิธภัณฑ์สิริธร" การจัดแสดงภายในอาคารแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 การกำเนิดโลก  ส่วนที่ 2 การกำเนิดของสิ่งมีชีวิตซึ่งรวมถึงไดโนเสาร์ จนถึงการกำเนิดมนุษย์ ส่วนที่ 3 เป็นนิทรรศการหมุนเวียน ปัจจุบันกำลังจัดแสดงนิทรรศการ “ซากดึกดำบรรพ์ปลาภูน้ำจั้น” ซึ่งเป็นซากปลาน้ำจืดโบราณพันธุ์ใหม่ของโลกซึ่งอยู่ในสภาพสมบูรณ์ มีชื่อว่า "เลปิโดเทส" มีความยาวประมาณ 30-60 เซนติเมตรอยู่ในยุคมีโซโซอิก หรือ 65 ล้านปีที่แล้ว ช่วงเดียวกับไดโนเสาร์

พิพิธภัณฑ์สิรินธร กำหนดเปิดให้บริการทุกวันอังคาร - วันอาทิตย์ ปิดทุกวันจันทร์ เว้นแต่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์จะเปิดให้บริการตามปกติ  ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0  4387 1014, 0 4387 1613 - 4

นอกจากนี้ในบริเวณที่เป็นที่ตั้งของวัดสักกะวัน เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อบันดาลฤทธิผล (หลวงพ่อบ้านด่าน) พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยทวารวดี ซึ่งชาวบ้านในท้องถิ่นถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

พิพิธภัณฑ์สิรินธร ได้รับรางวัลอุทสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประจำปี 2551 ประเภทแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือยอดเยี่ยม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2010, 12:42:58 PM โดย Thailand Holiday Club » บันทึกการเข้า
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2010, 01:05:55 PM »

สินค้าพื้นเมือง

กุ้งก้ามกราม ( กาฬสินธุ์ )

จังหวัดกาฬสินธุ์มีการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามกันมาก ส่งจำหน่ายร้านอาหารในกาฬสินธุ์และจังหวัดใกล้เกียง สำหรับปรุงเป็นอาหารหลากหลาย อาทิ กุ้งเผา ต้มยำกุ้ง กุ้งอบวุ้นเส้น

ผ้าแพรวา ( กาฬสินธุ์ )

ชาวผู้ไทยนิยมทอผ้าไหมลายจก หรือแพรวา เป็นผ้าคลุมไหล่หรือผ้าสไบใส่ในช่วงงานบุญเทศกาลต่าง ๆ เป็นผ้าที่มีลวดลายการทอเป็นเอกลักษณ์ ผลิตกันมากที่บ้านโพน อำเภอคำม่วง
บันทึกการเข้า
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2010, 01:08:34 PM »

ร้านและแหล่งจำหน่ายของที่ระลึก

ร้านนิวเฟรน สาขา 1
ที่อยู่ : 291 ถนนเทศบาล 23 (ข้างธนาคารกรุงศรีอยุธยา) อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์
โทรศัพท์ : 0 4381 1849, 08 1872 5062


ร้านนิวเฟรน สาขา 2
ที่อยู่ : 332/8-9 ถนนสายสมเด็จ-กาฬสินธุ์ (สี่แยกไฟแดง รพ.ธีรวัฒน์) อำเภอเมือง จังหวัด0yจังหวัดกาฬสินธุ์
โทรศัพท์ : 0 4381 2843, 08 1471 8800


ร้านแพรวากาฬสินธุ์ (แม่เนื่อง)
ที่อยู่ : 192/1 ถนนภิรมย์ (ติดธนาคารออมสินวงเวียนน้ำพุ) อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์
โทรศัพท์ : 0 4381 1717


กลุ่มสตรีทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน
ที่อยู่ : ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์
โทรศัพท์ : 0 4385 6081, 0 4387 9089


กลุ่มจักสานไม้ไผ่บ้านหนองห้าง
ที่อยู่ : ตำบลหนองห้าง อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
โทรศัพท์ : 0 4385 1749,0 4385 1225
บันทึกการเข้า
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2010, 01:10:58 PM »

วัฒนธรรมประเพณี

งานมหกรรมวิจิตรแพรวาราชินีแห่งไหม

วันที่ 12  สิงหาคม  2552
ณ  โรงแรมริมปาว จังหวัดกาฬสินธุ์

กิจกรรม
การประกวดผ้าไหมแพรวา    การแสดงแบบชุดแพรวา    ขบวนแห่ทางวัฒนธรรม    สาธิตการทอผ้าไหมแพรวาและจำหน่ายผ้าไหมแพรวา 

สอบถามรายละเอียด
จังหวัดกาฬสินธุ์โทร. 0 4381 1695, 0  4381 1213
บันทึกการเข้า
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2010, 02:43:42 PM »

กิจกรรมท่องเที่ยว

ชุมชนดีเด่นจังหวัดกาฬสินธุ์



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 03, 2010, 02:54:41 PM โดย Thailand Holiday Club » บันทึกการเข้า
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2010, 02:52:41 PM »

ตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยว

เส้นทางท่องเที่ยว Thailand Grand Invitation

เส้นทางเดินทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เส้นทางที่ 2)
(กรุงเทพ – นครราชสีมา – ขอนแก่น – กาฬสินธุ์ – สกลนคร – นครพนม - มุกดาหาร)

วันที่ 1

เช้า -  ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไป จังหวัดนครราชสีมา
          ชมหลุมขุดฯ บ้านธารปราสาท ชมหมู่บ้านท่องเที่ยวบ้านธารปราสาท*,
          อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย 
บ่าย -  ออกเดินทางไปจังหวัดขอนแก่น
          ชมแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่น
          พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง *
       -  พักค้างคืนจังหวัดขอนแก่น

วันที่ 2
 
เช้า  -  ออกเดินทางไปจังหวัดกาฬสินธุ์
       -  พระธาตุขามแก่น *
       -  ชมพิพิธภัณฑ์แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว *
       -  ออกเดินทางไปจังหวัดสกลนคร
บ่าย -  โครงการพระราชดำริ  ศูนย์ศึกษาพัฒนาภูพาน
       -  ชมพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ , พระธาตุเชิงชุม , วัดป่าสุทธาวาส *
       -  พักค้างคืนจังหวัดสกลนคร

วันที่ 3
 
เช้า  -  เดินทางไปจังหวัดนครพนม
           เดินทางชมโครงการศูนย์ศิลปาชีพกุดนาขาม ,พระธาตุประสิทธ์ *
บ่าย -  แม่น้ำสองสี
       -  สักการะพระธาตุท่าอุเทน ,บ้านลุงโฮจิมิน ,โบสถ์นักบุญอันนา *
       -  พักค้างคืนจังหวัดนครพนม

วันที่ 4
 
เช้า  -  ออกเดินทางไปจังหวัดมุกดาหาร
       -  แวะชมแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนม
       -  พระธาตุเรณูนคร ,พระธาตุพนม *
บ่าย -  เดินทางถึงจังหวัดมุกดาหาร
       -  วัดสองคอน *
       -  ชมหอแก้วมุกดาหาร , อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ,ชมสินค้าที่ตลาดอินโดจีน*
          พักค้างคืนจังหวัดมุกดาหาร

วันที่ 5
 
เช้า -  ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
 
*แหล่งท่องเที่ยวในเส้นทาง

แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท
   บ้านปราสาทนับเป็นแหล่งโบราณคดีแห่งที่ 2 ต่อจากบ้านเชียงที่ได้จัดทำในลักษณะ
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง สันนิษฐานว่ามีชุมชนอาศัยอยู่ในบริเวณนี้มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยประวัติศาสตร์ และหลักฐานของวัฒนธรรมแบบทวารวดีและเขมรโบราณ มีหลุมขุดค้นที่ตกแต่งละเปิดให้ชม
3 แห่ง

พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง
   พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงตั้งอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติภูเวียง ภายในอาคารมีการจัดแสดง
เรื่องราวการขุดค้นพบไดโนเสาร์ที่จังหวัดขอนแก่น เรื่องราวเกี่ยวกับการกำเนิดโลก กำเนิดหิน แร่ วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตและสิ่งสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติของจังหวัดขอนแก่น

พระธาตุขามแก่น
   สร้างขึ้นประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ตั้งอยู่ในวัดเจติยภูมิ  พระธาตุขามแก่นถือว่าเป็น
โบราณสถานที่สำคัญของจังหวัดขอนแก่นทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 จะมีงานฉลองและนมัสการพระธาตุเป็นประจำ
 
 
พิพิธภัณฑ์แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว
   ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูกุ้มข้าว วัดป่าสักกะวัน เป็นแหล่งขุดค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ชนิดกินพืช
จำนวนมากกว่า 700 ชิ้น และในพิพิธภัณฑ์ยังมีซากปลาโบราณพันธุ์ใหม่ของโลก ภูกุ้มข้าวเป็นแหล่งที่พบซากฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์แหล่งใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย
 
 
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์
   บริเวณพระตำหนักเป็นป่าไม้ร่มรื่น มีไม้ดอกไม้ประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงาม พระบาทสมเด็จ-
พระเจ้าอยู่หัว  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์จะเสด็จแปรพระราช- ฐานเยี่ยมพสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ในระหว่างที่ไม่ได้ประทับอยู่ที่พระตำหนักอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ทุกวัน

พระธาตุเชิงชุม 
   ประดิษฐานอยู่บนเนินสูง ในวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ภายในพระวิหารประดิษฐาน หลวงพ่อ
พระองค์แสนเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสน เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวสกลนคร    งานมนัสการพระธาตุประจำปีเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 11 ค่ำ ถึง 15 ค่ำ เดือนยี่

วัดป่าสุทธาวาส   
   อยู่ในเขตเทศบาลเมืองสกลนคร ตรงทางเข้าศูนย์ราชการจังหวัด เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์พระ
อาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถระ ภายในพิพิธภัณฑ์มีรูปหล่อเหมือนเท่าตัวจริง ตู้บรรจุอังคารธาตุ เครื่องอัฐบริขาร พร้อมทั้งประวัติความเป็นมาของท่านตั้งแต่เกิดจนมรณภาพ และภายในวัดมีเจดีย์บรรจุอัฐิหลวงปู่หลุย

ศูนย์ศิลปาชีพกุดนาขาม
   ศูนย์ศิลปาชีพตามโครงการพระราชดำริ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งเป็นศูนย์ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสกลนคร มีผลิตภัณฑ์ของศูนย์มากมายหลายชนิด เช่น งานปั้น เครื่องปั้นดินเผา เคลือบเงา ลงยา ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ของฝาก ของชำร่วย งานฝีมือชั้นสูง ฯลฯ

พระธาตุประสิทธิ์
   ประดิษฐานอยู่ที่วัดธาตุประสิทธิ์ อำเภอนาหว้า เป็นที่บรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า เดิมเป็นเจดีย์เก่าแก่ อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม ภายในอุโมงค์ขององค์เจดีย์ มีพระพุทธรูปเก่าแก่อยู่หลายองค์ ชนเผ่าญ้อได้พบพระธาตุนี้เมื่อ ปี พ.ศ.2112 และบูรณะครั้งแรก ถวายนามว่าพระธาตุประสิทธิ์

บ้านลุงโฮจิมินห์
   หมู่บ้านเก่าแก่ในจังหวัดนครพนมที่โฮจิมินห์ อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยม
เวียดนาม พร้อมผู้ร่วมอุดมการณ์เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จอยู่หัวฯ เพื่อกอบกู้เอกราชของเวียดนาม ระหว่าง พ.ศ. 2467 – 2474 นับว่าสถานที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้การกู้ชาติประสบผลสำเร็จ ปัจจุบันยังคงรักษาสภาพเดิม และปลูกต้นไม้รอบบ้านอย่างร่มรื่น เช่น ต้นหมาก พลู กล้วย และชา นอกจากนี้บริเวณริมถนนยังมีร้านก๋วยเตี๋ยวและอาหารเวียดนาม

โบสถ์นักบุญอันนา
    คุณพ่อเอดัวร์ นำลาภ อธิการโบสถ์ วัดนักบุญอันนา สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ.1926 เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนานาชาติที่มีคนหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ สถาปัตยกรรมที่สวยงามแปลกตาน่าชม ในช่วงก่อนวันคริสต์มาส ชาวคริสต์แต่ละชุมชนจะประดิษฐ์ดาวรูปแบบต่าง ๆ แล้วแห่มารวมกันไว้ที่นี่

พระธาตุอุเทน
    อยู่บ้านท่าอุเทน องค์พระธาตุก่ออิฐถือปูน เป็นผังรูปสี่เหลี่ยมคล้ายพระธาตุพนม สร้างเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นอุโมงค์บรรจุของมีค่าต่าง ๆ ชั้นที่ 2 สร้างครอบอุโมงค์ ชั้นที่ 3 คือ เจดีย์องค์ใหญ่ สูงประมาณ 1.5 เมตร พระธาตุนี้เป็นศิลปกรรมและปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งองค์หนึ่ง

หอแก้วมุกดาหาร
    สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสครองราชย์ครบ 50 ปี
ความสูง 65 เมตร แยกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนฐานเป็นสถานที่แสดงประวัติศาสตร์ของเมืองมุกดาหาร นิทรรศการทางศิลปวัฒนธรรมและวิถีของคนสองฝั่งโขง ชั้น 3/12 ชั้นที่12 เป็นที่เก็บรักษาอาวุธและสิ่งของเครื่องใช้สมัยก่อน ส่วนหอชมวิวและโดม บนยอดสูงสุดเป็นที่ตั้ง "ลูกแก้วมุกดา" มีลักษณะกลมสีขาวหมอกมัวทำจากประเทศเยอรมนี ภายในประดิษฐาน "พระพุทธรูปนวมิ่งมงคลมุกดาหาร" เป็นพระพุทธรูปเนื้อเงินแท้บริสุทธิ์ ปางมารวิชัย

ตลาดอินโดจีน
    ตลาดขายสินค้าหลากหลายชนิด ราคาย่อมเยา ต่อรองได้  สินค้าส่วนใหญ่มาจากลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน ยุโรปตะวันออก เช่น ฝรั่งเศส ที่น่าสนใจ ได้แก่ เครื่องเซรามิก ประเภทแก้ว ถ้วย ชาม ตุ๊กตาอิริยาบถต่างๆ เครื่องเงิน เครื่องหนัง ผ้า เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ สินค้าพื้นเมือง อาทิ ผ้าหมี่ ผ้าไหม เครื่องดนตรีประเภทแคน ขลุ่ย พิณ โปงลาง ฯลฯ

พระธาตุพนม
   อยู่ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร  ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูงสถาปัตยกรรมมีแหล่ง 
ที่มาเดียวกับปราสาทขอม เป็นเจดีย์ทรงเหลี่ยม บนยอดพระธาตุเป็นฉัตรทองคำน้ำหนักถึง 110 กิโลกรัม    พระธาตุพนมเป็นพระธาตุเก่าแก่อายุกว่า 2,000 ปี ภายในบรรจุพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระธาตุเรณูนคร
   จำลองมาจากองค์พระธาตุพนม สูง 35 เมตร กว้าง 8.37 เมตร มีซุ้มประตู 4 ด้าน ภายในเป็น
โพรงบรรจุพระไตรปิฎก มีพระพุทธรูปพระองค์แสนน้ำหนัก 1,200 กิโลกรัม หน้าตักกว้าง 50 เซนติเมตร สูง 50เซนติเมตร ประกอบด้วยพุทธลักษณะสวยงามมาก

อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร (ภูผาเทิบ)
   ลักษณะเป็นภูเขาหินทรายประกอบด้วยเทือกเขาน้อยใหญ่หลายลูกติดต่อกันแบบลูกคลื่น
ภายในอุทยานประกอบด้วย ภูหมากยาง ภูมโน ภูโปร่ง ฯลฯ หลายบริเวณเป็นหน้าผาสูงและลานหินกว้าง มีหินรูปร่างแปลก ๆ มากมาย

วัดสองคอน
   มีชื่อเต็มว่าสักการสถานแห่งมรณสักขี วัดสองคอน หรือในชื่อเดิมว่าวัดพระแม่ไถ่ทาส เป็น
โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาธอลิก สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานเทิดพระเกียรติบุญราศรีมรณสักขีทั้ง 7 ท่านที่ได้พลีชีพเพื่อยืนยันความเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้า
บันทึกการเข้า
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2010, 02:58:00 PM »

มุม Download

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้จัดทำข้อมูลจังหวัดต่าง ๆ ทั้ง 76 จังหวัด ทั่วประเทศไทย เพื่อเผยแพร่แก่ผู้สนใจทั่วไป เป็นข้อมูลเพื่อการค้นคว้า และอ้างอิงแก่นักเรียน นักศึกษา ข้อมูลทั้งหมดนี้ ท่านสามารถ download ได้ในรูปแบบเอกสาร MS-Word (.doc) หากท่านต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในแต่ละภูมิภาค

ดาวน์โหลดข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดกาฬสินธุ์

ดาวน์โหลดข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวก จังหวัดกาฬสินธุ์
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: