หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อมูลท่องเที่ยว - จังหวัดนครราชสีมา  (อ่าน 18507 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« เมื่อ: มีนาคม 04, 2010, 04:47:40 PM »

ข้อมูลทั่วไป

เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน



     นครราชสีมา หรือที่เรียกว่า “โคราช” เปรียบเสมือนประตูสู่ภาคอีสาน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 259 กิโลเมตร เป็นเมืองใหญ่บนดินแดนที่ราบสูง ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกทางการท่องเที่ยว ผู้มาเยือนจะเพลิดเพลินกับกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งเดินป่าศึกษาธรรมชาติ พักผ่อนหย่อนใจริมอ่างเก็บน้ำ ชื่นชมความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมขอมโบราณ และเรียนรู้วัฒนธรรมพื้นบ้าน ทั้งยังได้อิ่มอร่อยกับอาหารอีสานต้นตำรับ ก่อนกลับยังได้ซื้อหาสินค้าเกษตรหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีให้เลือกอีกมากมาย
คำว่า นครราชสีมา เกิดจากการรวมชื่อเมืองโบราณสองเมือง คือ เมืองโคราชและเมืองเสมา ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอโนนสูง นครราชสีมาเคยเป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณหลายแห่งตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงสมัยที่มีการเผยแพร่ของวัฒนธรรมทวารวดีและวัฒนธรรมแบบขอมเข้ามาในดินแดนแถบนี้ เคยมีฐานะเป็นเมือง “เจ้าพระยามหานคร” เช่นเดียวกับเมืองนครศรีธรรมราชทางภาคใต้ มีอำนาจปกครองหัวเมืองน้อยใหญ่ในอีสานหลายแห่ง จนมาถึงปัจจุบันก็ยังคงความสำคัญอย่างต่อเนื่องในฐานะที่เป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านคมนาคม เศรษฐกิจของภาคอีสาน

     จังหวัดนครราชสีมามีพื้นที่ประมาณ 20,494 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 32 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครราชสีมา ปากช่อง สีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ ด่านขุนทด โนนไทย โนนสูง ขามสะแกแสง พิมาย คง โนนแดง ประทาย ชุมพวง บัวใหญ่ แก้งสนามนาง บ้านเหลื่อม จักราช ห้วยแถลง ปักธงชัย โชคชัย ครบุรี เสิงสาง หนองบุญมาก วังน้ำเขียว เฉลิมพระเกียรติ เมืองยาง เทพารักษ์ ลำทะเมนชัย พระทองคำ บัวลาย และสีดา

อาณาเขต

ทิศเหนือ  ติดกับจังหวัดชัยภูมิ และขอนแก่น  
ทิศใต้  ติดกับจังหวัดนครนายก และปราจีนบุรี  
ทิศตะวันออก  ติดกับจังหวัดบุรีรัมย์  
ทิศตะวันตก  ติดกับจังหวัดชัยภูมิ และสระบุรี  

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ  

ททท. สำนักงานนครราชสีมา (นครราชสีมา ชัยภูมิ) อ.เมือง นครราชสีมา  โทร. 0 4421 3666, 0 4421 3030
ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. 0 4425 1818
ตำรวจท่องเที่ยว โทร. 1155, 0 4434 1777-9
ท่าอากาศยานนครราชสีมา โทร. 0 4425 9524
บมจ. การบินไทย (สนามบิน) โทร. 0 4425 5425
โรงพยาบาลมหาราช โทร. 0 4425 4990-1
สถานีขนส่งแห่งที่ 1 โทร. 0 4424 2889
สถานีขนส่งแห่งที่ 2 โทร. 0 4425 6006-9
สถานีตำรวจภูธร โทร. 0 4424 2010
สถานีรถไฟ โทร. 0 4424 2044
สำนักงานจังหวัด โทร. 0 4424 3798

Link ที่น่าสนใจ
 
ททท. สำนักงานนครราชสีมา (นครราชสีมา ชัยภูมิ)
http://www.tourismthailand.org/nakhonratchasima
สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา
http://www.nakhonratchasima.go.th  
อำเภอวังน้ำเขียว
http://www.wnk.go.th

*ภาพจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 22, 2010, 04:29:29 PM โดย Thailand Holiday Club » บันทึกการเข้า
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 04, 2010, 04:57:32 PM »

ข้อมูลการเดินทาง

รถยนต์

     จากกรุงเทพฯ เดินทางไปนครราชสีมาได้หลายเส้นทาง เส้นทางที่นิยมที่สุดคือ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ที่สระบุรี ไปจนถึงนครราชสีมา รวมระยะทางประมาณ 259 กิโลเมตร
     อีกเส้นทางคือ จากกรุงเทพฯ ผ่านมีนบุรี ฉะเชิงเทรา พนมสารคาม กบินทร์บุรี ปักธงชัย ถึงนครราชสีมา รวมระยะทางประมาณ 273 กิโลเมตร
     หรืออาจเลือกใช้เส้นทางรังสิต-นครนายก ต่อทางหลวงหมายเลข 33 ไปกบินทร์บุรี แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านวังน้ำเขียว ปักธงชัย เข้านครราชสีมา
 
รถไฟ

     มีรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) ไปนครราชสีมาทุกวัน รายละเอียดสอบถามที่หน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 www.railway.co.th

รถโดยสารประจำทาง

     บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ไปนครราชสีมาทุกวันและตลอดทั้งวัน รายละเอียดสอบถาม โทร. 0 2936 1880, 0 2936 0657 , 0 2936 2852-66 เว็บไซต์ www.transport.co.th  
   บริษัทรถโดยสารเอกชนที่เปิดบริการ มีดังนี้
  -  บริษัท ราชสีมาทัวร์ โทร. 0 44 24 5443 กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 1615
  -  บริษัทแอร์โคราชพัฒนา โทร. 0 44 25 2999 กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 2252
  -  บริษัทสุรนารีทัวร์  โทร. 0 4425 4567

สถานีขนส่งที่นครราชสีมามีสองแห่งคือ

สถานีขนส่งแห่งที่ 1 ถนนบุรินทร์ โทร. 0 44 24 2899, 0 4426 8899
และสถานีขนส่งแห่งที่ 2 ถนนมิตรภาพ-ขอนแก่น โทร. 0 44 25 6006-9 ต่อ 175, 176 (รถปรับอากาศ) , 178 (รถธรรมดา)
www.transport.co.th
 
การคมนาคมภายในตัวจังหวัด จ.นครราชสีมา

      มีรถสองแถวและรถเมล์สายต่างๆ วิ่งบริการภายในตัวเมืองและบริเวณใกล้เคียง โดยแบ่งออกเป็นหลายสายด้วยกัน  หากต้องการความสะดวกยิ่งขึ้นอาจใช้บริการรถสามล้อถีบ รถตุ๊กตุ๊กหรือรถแท็กซี่มิเตอร์ ซึ่งจอดให้บริการที่สถานีขนส่งแห่งที่ ๒  ที่วิ่งให้บริการผู้โดยสารในเขตตัวเมือง โดยตกลงราคาก่อนการเดินทาง
       หากต้องการเดินทางไปต่างอำเภอ สามารถขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งแห่งที่ ๑ ถนนบุรินทร์  มีทั้งรถสองแถวและรถโดยสารประจำทางให้บริการ ส่วนสถานีขนส่งแห่งที่ ๒ นั้นมีรถโดยสารไปเฉพาะอำเภอพิมายและไปด่านเกวียน-โชคชัย    

การเดินทางจากนครราชสีมาไปยังจังหวัดใกล้เคียง
    
     รถโดยสารวิ่งบริการระหว่างจังหวัดจะออกจากสถานีขนส่งแห่งที่ 2 (ถนนมิตรภาพ-ขอนแก่น) โดยมีรถจากนครราชสีมาไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในภาคอีสานได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ (สายเก่าผ่านนางรอง และสายใหม่ผ่านห้วยแถลง) สุรินทร์ (ผ่านนางรอง-บ้านตะโก)    
     นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารไปยังจังหวัดในภาคอื่นได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี พัทยา ระยอง จันทบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ และเชียงราย (ไปจนถึงแม่สาย)

ระยะทางจากอำเภอเมืองนครราชสีมาไปยังอำเภอต่าง ๆ

อำเภอเฉลิมพระเกียรติ 18 กิโลเมตร  
อำเภอขามทะเลสอ 22 กิโลเมตร
อำเภอโนนไทย  29 กิโลเมตร  
อำเภอโนนแดง  30 กิโลเมตร  
อำเภอโชคชัย 31 กิโลเมตร
อำเภอปักธงชัย  34 กิโลเมตร
อำเภอสูงเนิน  36 กิโลเมตร  
อำเภอโนนสูง 37 กิโลเมตร
อำเภอพระทองคำ 37 กิโลเมตร
อำเภอจักราช 40 กิโลเมตร  
อำเภอสีคิ้ว  45 กิโลเมตร
อำเภอขามสะแกแสง 50 กิโลเมตร
อำเภอหนองบุญมาก 52 กิโลเมตร
อำเภอครบุรี 58 กิโลเมตร
อำเภอพิมาย  60 กิโลเมตร
อำเภอห้วยแถลง  65 กิโลเมตร
อำเภอวังน้ำเขียว 79 กิโลเมตร
อำเภอคง 79 กิโลเมตร
อำเภอด่านขุนทด 84 กิโลเมตร
อำเภอบ้านเหลื่อม 85 กิโลเมตร
อำเภอปากช่อง  90 กิโลเมตร
อำเภอสีดา 85 กิโลเมตร
อำเภอเสิงสาง  88 กิโลเมตร  
อำเภอเทพารักษ์ 90 กิโลเมตร  
อำเภอประทาย 97 กิโลเมตร
อำเภอชุมพวง  98 กิโลเมตร  
อำเภอบัวใหญ่  101 กิโลเมตร
อำเภอบัวลาย  106 กิโลเมตร
อำเภอเมืองยาง  110 กิโลเมตร
อำเภอแก้งสนามนาง 130 กิโลเมตร
อำเภอลำทะเมนชัย 120 กิโลเมตร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 04, 2010, 05:59:35 PM โดย Thailand Holiday Club » บันทึกการเข้า
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 04, 2010, 05:01:25 PM »

แผนที่สำคัญในจังหวัด

แผนที่ท่องเที่ยว จ. นครราชสีมา



แผนที่ตัวเมืองนครราชสีมา

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 04, 2010, 06:00:04 PM โดย Thailand Holiday Club » บันทึกการเข้า
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 04, 2010, 05:05:31 PM »

สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

 เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 2,168 ตารางกิโลเมตรในเทือกเขาพนมดงรัก ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือ นครราชสีมา นครนายก สระบุรี และปราจีนบุรี ป่าเขาใหญ่สมัยก่อนได้รับสมญานามว่า ดงพญาไฟ ที่ทั้งโหดทั้งดิบสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางผ่านป่าผืนใหญ่ที่กั้นแบ่งเขตภาคกลางและภาคอีสาน จนกระทั่งเมื่อประมาณ พ.ศ. 2465 ได้มีชาวบ้านประมาณ 30 ครัวเรือนไปตั้งหลักแหล่ง ถางป่าทำนาทำไร่ สันนิษฐานว่าเป็นพวกที่หลบหนีคดีมา ต่อมาพื้นที่เขาใหญ่ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2505 และได้รับสมญาว่าเป็นอุทยานมรดกของอาเซียน  อีกทั้งได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ในปี 2548
        
สภาพทั่วไปของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ และป่าดิบชื้น บางส่วนของพื้นที่เป็นทุ่งกว้างสลับกับป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้ที่มีคุณค่ามากมายทั้งไม้เศรษฐกิจ ไม้หอม และสมุนไพรต่าง ๆ ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนประกอบด้วย เขาร่ม ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด 1,351 เมตร สำหรับยอดเขาอื่นๆ เช่น เขาสามยอดสูง 1,142 เมตร เขาฟ้าผ่าสูง 1,078 เมตร และยอดเขาอื่น ๆ ที่สำคัญมีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 800-1,000 เมตร ได้แก่ เขาแหลม เขาเขียว  เขากำแพง เขาสมอปูนและเขาแก้ว ด้านทิศใต้และทิศตะวันตกเป็นที่สูงชัน ส่วนทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกพื้นที่ลาดลง จากระดับความสูงของพื้นที่และความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าดิบ ทำให้เขาใหญ่มีอากาศเย็นสบายแม้ในฤดูร้อน โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 23 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวราวเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเขาใหญ่มากที่สุด ส่วนในช่วงฤดูฝน สภาพธรรมชาติบนเขาใหญ่ชุ่มช่ำ ป่าไม้และทุ่งหญ้าเขียวขจีสดใส น้ำตกทุกแห่งไหลแรงเสียงดังก้องป่าให้ชีวิตชีวาแก่ผู้ไปเยือนแม้การเดินทางจะค่อนข้างลำบาก แต่จำนวนนักท่องเที่ยวก็ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย
ป่าเขาใหญ่มีไม้มีค่าและพืชสมุนไพรนานาชนิดที่สมควรได้รับการดูแลอนุรักษ์ไว้ พันธุ์ไม้ที่น่าสนใจ เช่น ไทร ซึ่งได้รับสมญานามว่า “นักบุญแห่งป่า นักฆ่าแห่งพงไพร” ผลของไทรเป็นอาหารให้สัตว์ป่าหลายชนิดรวมทั้งนกเงือก แต่ในขณะเดียวกันไทรก็เป็นต้นไม้ที่ต้องอิงอาศัยต้นไม้อื่นในการเจริญเติบโต จึงไปแย่งน้ำและอาหารทำให้ต้นไม้นั้นค่อย ๆ ตายไปในที่สุด เตยน้ำ เป็นไม้เลื้อยที่มีกลิ่นคล้ายตะไคร้ภายในมีท่อลำเลียงน้ำขนาดใหญ่สามารถนำมาดื่มได้ สุรามริด ใช้ดองเหล้าแก้ปวดหลังปวดเอว กะเพราต้น เป็นไม้ใหญ่ยืนต้น แก้เจ็บท้องขับลม เงาะป่า ผลมีขนแข็งสีเหลืองแต่รับประทานไม่ได้ และ กฤษณา ไม้ซึ่งสามารถสกัดเปลือกไปทำเครื่องหอมได้ เป็นต้น สัตว์ป่าที่สามารถพบเห็นบ่อยได้แก่ เก้ง กวาง ตามทุ่งหญ้า นอกจากนี้ยังอาจพบช้างป่า หมีควาย หมูป่า ชะนี เม่น พญากระรอก หมาใน ชะมด อีเห็น กระต่ายป่า รวมทั้งเสือโคร่ง กระทิงและเลียงผาซึ่งก็มีถิ่นอาศัยอยู่ที่เขาใหญ่เช่นกัน
          
อุทยานฯได้สร้างหอสูงสำหรับส่องดูสัตว์อยู่สองจุด คือ บริเวณมอสิงโตและหนองผักชี อนุญาตให้ขึ้นไประหว่างเวลา 8.00-18.00 น. บริเวณที่ตั้งหอดูสัตว์เป็นทุ่งหญ้าซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯจะเผาทุกปีเพื่อให้เกิดหญ้าอ่อน หรือหญ้าระบัดขึ้นสำหรับเป็นอาหารสัตว์ และยังมีโป่งดินเค็มที่เป็นแหล่งเกลือแร่ของสัตว์ต่าง ๆ อยู่ด้วย นักท่องเที่ยวที่ต้องการนั่งรถส่องสัตว์ในเวลากลางคืนสามารถติดต่อที่ทำการอุทยานฯ ก่อนเวลา 18.00 น.
        
เขาใหญ่ยังเหมาะเป็นที่ดูนกและผีเสื้อ จากการสำรวจ พบนกจำนวนไม่น้อยกว่า 293 ชนิด และมีอยู่ 200 ชนิด ที่พบว่าอาศัยป่าเขาใหญ่เป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยอย่างถาวร นกที่น่าสนใจได้แก่ นกเงือกซึ่งถือเป็นตัวบ่งชี้ว่าป่านั้นยังคงความอุดมสมบูรณ์ ที่พบบนเขาใหญ่มีอยู่ 4 ชนิด นอกจากนั้นยังมีนกที่พบเห็นได้บ่อย ได้แก่ นกขุนทอง นกขุนแผน นกพญาไฟ นกแต้วแล้ว นกโพระดก นกแซงแซว นกเขา นกกระปูด ไก่ฟ้า และนกกินแมลงชนิดต่างๆ ส่วนแมลงที่สวยงามและพบเห็นมากคือ ผีเสื้อซึ่งมีอยู่ประมาณ 5,000 ชนิด

การเดินป่าศึกษาธรรมชาติ มีเส้นทางให้เลือกกว่า 20 เส้นทาง ที่ต่างกันทั้งความงามของธรรมชาติ และระยะทาง ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินป่า ซึ่งมีตั้งแต่ 1-2 ชั่วโมง เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติกองแก้ว เส้นทาง กิโลเมตรที่ 33 (ถนนธนะรัชต์-หนองผักชี) หรือที่ต้องเข้าไปพักค้างแรมในป่า เช่น เส้นทางน้ำตกนางรอง-เขาใหญ่ เส้นทางเขาสมอปูน หรือเส้นทางหน่วยฯ ขญ.4-น้ำตกวังเหว เป็นต้น โดยสามารถติดต่อขอรายละเอียดและเจ้าหน้าที่นำทางได้ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว  (หมายเหตุ เขาสมอปูน ปิดระหว่างวันที่ 1กค.- 30 กย.ของทุกปี)        

สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยาน

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่   ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ 24 ถนนธนะรัชต์ เส้นทางขึ้นเขาใหญ่ด้านอำเภอปากช่อง  สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2505 นักท่องเที่ยวที่ผ่านเข้าอุทยานแห่งชาติ และประชาชนทั่วไปมักแวะไปกราบไหว้ขอโชคลาภและขอพรอยู่เสมอ
 
         
น้ำตกกองแก้ว เป็นน้ำตกเตี้ย ๆ ที่เกิดจากห้วยลำตะคองซึ่งเป็นแนวแบ่งเขตจังหวัดนครนายก และนครราชสีมา ในฤดูฝนดูสวยงามมาก เหมาะแก่การเล่นน้ำ สามารถเข้าถึงได้โดยการเดินเท้าจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 100 เมตร มีสะพานเชือกทอดข้ามลำน้ำให้บรรยากาศการพักผ่อนที่กลมกลืนและบริเวณใกล้ๆ ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเส้นสั้นๆ

น้ำตกผากล้วยไม้ เป็นน้ำตกขนาดกลางในห้วยลำตะคองเช่นเดียวกัน ห่างจากที่ทำการฯประมาณ 7 กิโลเมตร สามารถเข้าถึงโดยทางรถยนต์และทางเดินเท้า บริเวณน้ำตกมีกล้วยไม้หวายแดงขึ้นอยู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของน้ำตกแห่งนี้และเป็นน้ำตกที่สายน้ำสองสายไหลผ่านชั้นหินทีละชั้นมาบรรจบกันจากน้ำตกผากล้วยไม้มีทางเดินไปน้ำตกเหวสุวัตได้
          
น้ำตกเหวสุวัต เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป ตั้งอยู่สุดถนนธนะรัชต์ รถเข้าถึง จากลานจอดรถเดินลงไปเพียง 100 เมตร หรือจะเดินเท้าต่อจากน้ำตกผากล้วยไม้ไปประมาณ 3 กิโลเมตร จะได้ เห็นสายน้ำตกลงมาจากหน้าผาสูงราว 20 เมตร มีจุดชมน้ำตกในระยะไกลที่สามารถมองผ่านแมกไม้เห็นภาพของน้ำตกทั้งหมดในมุมสูงได้สวยงาม หรือหากต้องการสัมผัสกับสายน้ำตกและแอ่งน้ำด้านล่าง ก็มีทางเดินลัดเลาะลงไปได้ แต่ในช่วงฤดูฝนน้ำจะมาก ไหลแรง และเย็นจัดควรระมัดระวังอันตราย
            
น้ำตกเหวไทร-เหวประทุน จากน้ำตกเหวสุวัตมีป้ายบอกทางเดินต่อไปยังน้ำตกสองแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันนัก เป็นสายน้ำที่เชื่อมต่อกับน้ำตกเหวสุวัต ทางลงสู่น้ำตกชันมากและลื่นโดยเฉพาะหลังฝนตก บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นมาก หากเดินไปอย่างเงียบ ๆ ระหว่างทาง อาจได้พบกับสัตว์เล็ก ๆ เช่น นก กระรอก

 น้ำตกเหวนรก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสูงที่สุดของอุทยานฯ อยู่ห่างจากที่ทำการฯลงมาทางทิศใต้ทางที่จะลงไปปราจีนบุรี โดยต้องเดินเท้าแยกจากทางสายหลักไปประมาณ 1 กิโลเมตร ถึงจุดชมวิวที่มีมุมมองเห็นน้ำตกได้สวยงาม น้ำตกมีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกสูงประมาณ 60 เมตร เมื่อน้ำไหลผ่านหน้าผาชั้นนี้จะพุ่งลงสู่หน้าผาชั้นที่ 2 และ 3 ที่อยู่ถัดลงไปใกล้ ๆ กันในลักษณะชันดิ่ง 90 องศา รวมความสูงไม่ต่ำกว่า 150 เมตร ในฤดูฝนสายน้ำที่ไหลทะลักไปสู่หุบเหวเบื้องล่างจะแรงมากจนน่ากลัวและเมื่อกระทบหินเบื้องล่างจะแตกกระเซ็นสร้างความชุ่มชื้นไปทั่วบริเวณ บริเวณน้ำตกเหวนรกเป็นเขตหากินของช้างป่า ซึ่งช้างมักจะไม่เปลี่ยนเส้นทางหากิน จึงมักเกิดเหตุโศกนาฎกรรมช้างพลัดตกเหวอยู่เนือง ๆ
          
น้ำตกไม้ปล้อง เป็นน้ำตกที่พบมานานแต่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ มีทั้งหมด 5 ชั้น ลดหลั่นกันลงมา ชั้นสูงสุดไม่เกิน 12 เมตร มีลักษณะคล้ายคลึงกับน้ำตกเหวนรก หรือน้ำตกเหวสุวัต ตลอดเส้นทางเดินเท้าเรียงรายด้วยโขดหินเล็กใหญ่และลำธารที่สวยงาม การเดินทางไปน้ำตกนี้เริ่มต้นที่วังตะไคร้ จังหวัดนครนายกโดยต้องเดินเท้าระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร ติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางได้ที่หน่วยพิทักษ์ฯ ขญ.9 (นางรอง)
            
ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก บริเวณผากล้วยไม้จัดเป็นสถานที่ตั้งเต็นท์พักแรม ซึ่งรับนักท่องเที่ยวได้กว่า 1,000 คน มีร้านค้าสวัสดิการขายอาหาร และมีเต็นท์และเครื่องนอนให้เช่า นอกจากนั้นยังมีค่ายพักบริการอีก 2 แห่งคือ ค่ายพักกองแก้ว และค่ายพักเยาวชน ซึ่งรับนักท่องเที่ยวได้ รวม 250 คน ติดต่อขออนุญาตที่ที่ทำการฯก่อนเวลา 18.00 น. สำหรับการจองห้องพัก ติดต่อโดยตรงที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือจองบ้านพักผ่านเว็บไซต์  www.dnp.go.th
 
ค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท รถยนต์ 50 บาท รถบัส 200 บาท รถจักรยานยนต์ 20 บาท
          
ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวสำหรับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ วันละ 2,000 คน กรุณาตรวจสอบก่อนการเดินทางที่ โทร. 037 365 033, 08 6092 6529 ตลอด 24 ชัวโมง และเพื่อคววมปลอดภัยในชีวิตและไม่เป็นการรบกวนการดำรงชีวิตสัตว์ป่า ห้ามนำสัตว์เลี้ยงขึ้นไปบนอุทยานฯ และ ห้ามรถยนต์ชนาดมากกว่า 40 ที่นั่ง รถสองชั้นหรือมีความสูง 3.50 เมตร ขึ้นลงเส้นทางระหว่างด่านศาลเจ้าพ่อ อำเภอปากช่อง ถึงที่ทำการอุทยานฯ สำหรับการขึ้นลงเส้นทางระหว่างด่านเนินหอม อำเภอเมือง ปราจีนบุรี ถึงที่ทำการอุทยานฯ ห้ามขึ้น-ลงระหว่างเวลา 16.00-06.00 น.
                        
การเดินทาง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 205 กิโลเมตร สามารถไปได้ 2 เส้นทางคือ แยกจากถนนมิตรภาพตรง กิโลเมตรที่ 56 ไปตามถนนธนะรัชต์ประมาณ 23 กิโลเมตร อีกเส้นทางหนึ่งคือ จากกรุงเทพฯ-แยกหินกอง แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 33 (นครนายก-ปราจีนบุรี) ถึงสี่แยกเนินหอมใช้ทางหลวง 3077 ไปถึงเขาใหญ่ เส้นทางที่สองค่อนข้างชันเหมาะที่จะใช้เป็นทางลงมากกว่า


หากโดยสารรถประจำทางจากกรุงเทพฯ ให้ลงที่อำเภอปากช่องแล้วต่อรถสองแถวขึ้นเขาใหญ่ บริเวณหน้าตลาดปากช่องรถจะไปถึงตรงแค่ด่านเก็บเงิน ค่ารถ 25 บาท มีบริการระหว่างเวลา 6.00-17.00 น. จากนั้นต้องโบกรถขึ้นไปยังที่ทำการฯ หรือจะเช่ารถจากปากช่องเลยก็ได้  

ทั้งนี้ด่านเก็บเงินจะปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นเวลา 21.00 น แต่สามารถลงเขาได้ทุกเวลา

หมายเหตุ    
1. ปิดแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และจุดชมวิวผาเดี่ยวดาย ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2552

2. ปัจจุบันอุทยานฯ มีประกาศ การจำกัดขนาดยานพาหนะและเวลาในการเข้าไปในอุทยานฯ เช่น ห้ามรถยนต์ขนาดมากกว่า 40 ที่นั่งทุกชนิด ขึ้นและลงเส้นทางระหว่างด่านศาลเจ้าพ่อปากช่อง ถึงที่ทำการอุทยานฯ  และระหว่างด่านเนินหอม ถึงที่ทำการอุทยานฯ ระหว่างเวลา 16.00 น.-06.00 น. และห้ามรถยนต์ขนาดมากกว่า 40 ทีนั่ง ที่เป็นสองชั้นหรือมีความสูงมากกว่า 3.50 เมตร และกรณีรถปรับอากาศต้องมีจำนวนแรงม้าไม่น้อยกว่า 280 แรงม้า และกรณีรถไม่ปรับอากาศ มีจำนวนแรงม้าไม่น้อยกว่า 250 แรงม้า

3. ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2551 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ออกประกาศกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ดังนั้น ก่อนการเข้าไปท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลก่อนเดินทางที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โทร. 08 1877 3127 และ 08 6092 6531 ตลอด 24 ชั่วโมง



อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย


ตั้งอยู่ในตัวอำเภอพิมาย ประกอบด้วยโบราณสถานสมัยขอมที่ใหญ่โตและงดงามอลังการนั่นคือ “ปราสาทหินพิมาย” แหล่งโบราณคดีที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ บนพื้นที่ 115 ไร่ วางแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 565 เมตร ยาว 1,030 เมตรชื่อ “พิมาย” น่าจะมาจากคำว่า “วิมาย” หรือ “วิมายปุระ” ที่ปรากฏในจารึกภาษาเขมรบนแผ่นหินตรงกรอบประตูระเบียงคดด้านหน้าของปราสาทหินพิมาย และยังปรากฏชื่อในจารึกอื่นอีกหลายแห่ง อาจจะเป็นคำที่ใช้เรียกรูปเคารพหรือศาสนาสถานสิ่งที่เป็นลักษณะพิเศษของปราสาทหินพิมาย คือ ปราสาทหินแห่งนี้สร้างหันหน้าไปทางทิศใต้ต่างจากปราสาทหินอื่นที่มักหันหน้าไปทางทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าเพื่อให้หันรับกับเส้นทางที่ตัดมาจากเมืองยโศธรปุระเมืองหลวงของอาณาจักรเขมรซึ่งเข้าสู่เมืองพิมายทางด้านทิศใต้จากหลักฐานศิลาจารึกและศิลปะการก่อสร้าง บ่งบอกว่าปราสาทหินพิมายคงจะเริ่มสร้างขึ้นในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 รูปแบบทางศิลปกรรมของตัวปราสาทเป็นแบบปาปวนซึ่งเป็นศิลปะที่รุ่งเรืองในสมัยนั้น โดยมีลักษณะของศิลปะแบบนครวัดซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยต่อมาปนอยู่บ้าง และมาต่อเติมอีกครั้งในราวต้นพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งครั้งนั้นเมืองพิมายเป็นเมืองซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอาณาจักรเขมร ปราสาทหินแห่งนี้สร้างเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาลัทธิมหายานมาโดยตลอด เนื่องจากพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงนับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน

ปราสาทหินพิมายมีสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจดังนี้

 สะพานนาคราช  เมื่อเข้าไปเยี่ยมชมปราสาทหินพิมายจะผ่านส่วนนี้เป็นส่วนแรก จะเห็นสะพานนาคราชและประติมากรรมรูปสิงห์ ตั้งอยู่ด้านหน้าของซุ้มประตูด้านทิศใต้ของปรางค์ประธานซึ่งเป็นส่วนหน้าของปราสาท ทั้งนี้อาจมีจุดมุ่งหมายในการสร้างให้เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์ ตามคติความเชื่อในเรื่องจักรวาลทั้งในศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธ  มีลักษณะเป็นรูปกากบาท ยกพื้นขึ้นสูงจากพื้นดินประมาณ 2.50 เมตร  ราวสะพานโดยรอบทำเป็นลำตัวพญานาค ชูคอแผ่พังพานเป็นนาคเจ็ดเศียร มีลำตัวติดกันเป็นแผ่น หันหน้าออกไปยังเชิงบันไดทั้งสี่ทิศ

ซุ้มประตูและกำแพงชั้นนอกของปราสาท ถัดจากสะพานนาคราชเข้ามาเป็นซุ้มประตูหรือที่เรียกว่า โคปุระ ของกำแพงปราสาทด้านทิศใต้ ก่อด้วยหินทราย มีผังเป็นรูปกากบาทและมีซุ้มประตูลักษณะเดียวกันนี้อีก 3 ทิศ คือ ทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก โดยมีแนวกำแพงสร้างเชื่อมต่อระหว่างกันเป็นผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาวจากเหนือถึงใต้ 277.50 เมตร และกว้างจากตะวันออกไปตะวันตก 220 เมตร ซุ้มประตูด้านทิศตะวันตกมีทับหลังชิ้นหนึ่งสลักเป็นรูปขบวนแห่พระพุทธรูปนาคปรกที่ประดิษฐานอยู่เหนือคานหาม

ซุ้มประตูและกำแพงชั้นใน (ระเบียงคด)  เมื่อผ่านจากซุ้มประตูและกำแพงชั้นนอกไปแล้ว ก็จะถึงซุ้มประตูและกำแพงชั้นใน ซึ่งล้อมรอบปรางค์ประธาน กำแพงชั้นในของปราสาทแตกต่างจากกำแพงชั้นนอก คือ ก่อเป็นห้องยาวต่อเนื่องกันคล้ายเป็นทางเดินมีหลังคาคลุม อันเป็นลักษณะที่เรียกว่า ระเบียงคด มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความยาวจากเหนือถึงใต้ 80 เมตร และความกว้างจากตะวันออกถึงตะวันตก 72 เมตร มีทางเดินกว้าง 2.35 เมตร เดินทะลุกันได้ตลอดทั้งสี่ด้าน หลังคามุงด้วยแผ่นหิน การบูรณะระเบียงคดเมื่อปีพ.ศ 2532  ได้พบแผ่นทองดุนลายรูปดอกบัว 8 กลีบ บรรจุไว้ในช่องบนพื้นหินของซุ้มประตูระเบียงคดเกือบจะทุกด้าน  แผ่นทองเหล่านี้คงไว้เพื่อความเป็นสิริมงคลเหมือนที่พบในปราสาทอื่นอีกหลายแห่ง

ปรางค์ประธาน  ตั้งอยู่กลางลานภายในระเบียงคด  เป็นศูนย์กลางของศาสนสถานแห่งนี้ ปรางค์ประธานสร้างด้วยหินทรายสีขาวทั้งองค์ ต่างจากซุ้มประตู(โคปุระ)และกำแพงชั้นในและชั้นนอกที่สร้างด้วยหินทรายสีแดงเป็นหลัก มีหินทรายสีขาวเป็นส่วนประกอบบางส่วน
เนื่องจากหินทรายสีขาวมีคุณสมบัติคงทนดีกว่าหินทรายสีแดง องค์ปรางค์สูง 28 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสองยาวด้านละ 22 เมตร  ด้านหน้ามีมณฑปเชื่อมต่อกับองค์ปรางค์โดยมีฉนวนกั้น องค์ปรางค์และมณฑปตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน ส่วนด้านอื่น ๆ อีกสามด้านมีมุขยื่นออกไปมีบันไดและประตูขึ้นลงสู่องค์ปรางค์ทั้งสี่ด้าน

ปรางค์พรหมทัต   ตั้งอยู่ด้านหน้าปรางค์ประธานเยื้องไปทางซ้ายสร้างด้วยศิลาแลง มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม กว้าง 14.50 สูงประมาณ 15 เมตร สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ภายในปรางค์พบประติมากรรมหินทรายจำหลักเป็นรูปประติมากรรมฉลององค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่7 (จำลอง) ที่เรียกว่า ปรางค์พรหมทัต ก็เพื่อให้เข้ากับตำนานพื้นเมืองเรื่องท้าวพรหมทัตพระเจ้าแผ่นดิน ปัจจุบันกรมศิลปากรได้เก็บรักษาองค์จริงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย

ปรางค์หินแดง ตั้งอยู่ทางด้านขวา สร้างด้วยหินทรายสีแดง กว้าง 11.40 เมตร สูง 15 เมตร มีมุขยื่นออกไปเป็นทางเข้าทั้ง 4 ทิศ  เหนือกรอบประตูทางเข้าด้านทิศเหนือมีทับหลังสลักเป็นภาพเล่าเรื่องในมหากาพย์ภารตะตอนกรรณะล่าหมูป่า ออกจากระเบียงคด (กำแพงชั้นใน) มาบริเวณลานชั้นนอกทางด้านทิศตะวันตก  ล้อมรอบด้วยกำแพงชั้นนอกอีกชั้นหนึ่ง ประกอบด้วยอาคารที่เรียกว่า บรรณาลัย มีสองหลังตั้งอยู่คู่กันและมีสระน้ำอยู่ทั้งสี่มุม

การเข้าชม อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.30-18.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทยคนละ 10 บาท ชาวต่างประเทศคนละ 40 บาท มีบริการยุวมัคคุเทศก์ซึ่งเป็นนักเรียนจากโรงเรียนพิมายวิทยานำชมสถานที่ฟรี  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0 4447 1568
หมายเหตุ  การอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้ wheel chair  ชมได้บริเวณรอบๆ และมีทางลาดเข้าสู่อุทยานประวัติศาสตร์ฯ และมีห้องสุขาเฉพาะ  

โบราณสถานนอกกำแพงปราสาทหินพิมาย มีสิ่งที่น่าสนใจดังนี้
 
ประตูเมืองและกำแพงเมืองพิมาย  สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 บรรดาประตูเมืองทั้ง 4 ทิศ ประตูชัยด้านทิศใต้นับเป็นประตูเมืองที่สำคัญที่สุด เพราะรับกับถนนโบราณที่ตัดผ่านมาจากเมืองพระนครเข้าสู่ตัวปราสาทพิมาย หากหยุดยืนที่ช่องประตูเมืองด้านทิศใต้ จะมองเห็นปราสาทหินพิมายผ่านช่องประตูเมืองพอดี ลักษณะประตูเมืองมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีทางผ่านตลอดกลางประตู ส่วนของหลังคาได้หักพังไปหมดแล้ว
        
เมรุพรหมทัต อยู่นอกกำแพงปราสาทด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นซากโบราณสถานก่อด้วยอิฐ ปัจจุบันเป็นมูลดินทับถมจนเป็นรูปกลมสูงประมาณ 30 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 59 เมตร  ที่เรียกว่าเมรุพรหมทัตเพราะเชื่อว่าเป็นที่ถวายเพลิงพระศพท้าวพรหมทัตตามตำนานนั่นเอง แต่จากลักษณะการก่อสร้างเข้าใจว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย นอกจากนี้ยังมีโบราณสถานทางด้านทิศใต้ได้แก่ ท่านางสระผม   กุฏิฤาษี   และอโรคยาศาล
        
กุฏิฤาษี   เป็นโบราณสถานนอกเขตกำแพงเมืองด้านทิศใต้  มีลักษณะเป็นอาคารขนาดเล็กก่อด้วยศิลาแลงฐานเป็นรูปสสี่เหลี่ยมจัตุรัสสันนิษฐานว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่เรียกว่า  อโรคยาศาล  ( สถานพยาบาล ) ตามที่กล่าวถึงในจารึกปราสาทพระขรรค์ ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๘
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 22, 2010, 04:41:19 PM โดย Thailand Holiday Club » บันทึกการเข้า
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 04, 2010, 05:07:11 PM »

สินค้าพื้นเมือง

ผลิตภัณฑ์โอทอป 5 ดาว
นครราชสีมา มีผลิตภัณฑ์ OTOP 5 ดาว ได้แก่ หมูหยอง หมูแผ่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เทียนหอม และดอกไม้ประดิษฐ์ ดูรายชื่อผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมที่ www.otop5star.com 
 
สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก
สินค้าหัตถกรรมที่มีชื่อเสียง ได้แก่ เครื่องปั้นดินเผาจากด่านเกวียน ผ้าไหมผ้ามัดหมี่จากปักธงชัย 
 
เครื่องปั้นดินเผา
จังหวัดนครราชสีมามีสินค้าพื้นเมืองมากมายหลายอย่าง นักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อได้ที่ตลาดในตัวเมืองหรือแหล่งผลิต สินค้าหัตถกรรมที่มีชื่อเสียง 
บันทึกการเข้า
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 04, 2010, 05:08:41 PM »

ร้านและแหล่งจำหน่ายของที่ระลึก

ทัศนีย์ไหมไทย
(ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม)
ที่อยู่ : 967 ถนนราชดำเนิน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
โทรศัพท์ : 0 4424 2372 
 
น้อยไหมไทย
(ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม)
ที่อยู่ : อาคารศูนย์การค้าสีมาธานี ถนนมิตรภาพ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
โทรศัพท์ : 0 4421 3189 

ฟ้าฝนไหมไทย
(ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม)
ที่อยู่ : 1 ถนนสิริจินดา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
โทรศัพท์ : 0 4424 4544 
 
สุมลไหมไทย
(ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม)
ที่อยู่ : 440 ถนนนครราชสีมา-ปักธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
โทรศัพท์ : 0 442 22180 
 
อังศนาไหมไทย
(ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม)
ที่อยู่ : 1326 ถนนมิตรภาพ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
โทรศัพท์ : 0 4425 2398 
 
เกษตรไหมไทย
(ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม)
ที่อยู่ : 20/14-6 ถนนสืบศิริ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา
โทรศัพท์ : 0 4444 1112 
 
เครือศรีไหมไทย
(ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม)
ที่อยู่ : 78/14 หมู่ 8 ถนนนครราชสีมา-กบินทร์ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา
โทรศัพท์ : 0 4444 1798 
 
จันทิมาไหมไทย
(ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม)
ที่อยู่ : 70/71 หมู่ 13 ถนนนครราชสีมา-ปักธงชัย อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา
โทรศัพท์ : 0 4428 4223 
 
เจริญศิลป์ไหมไทย
(ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม)
ที่อยู่ : 15-16 ถนนศรีพลรัตน์ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา
โทรศัพท์ : 0 4444 1440 
 
ฉลวยไหมไทย
(ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม)
ที่อยู่ : 78/4 ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา
โทรศัพท์ : 0 4428 3401 , 0 4428 4472–3
บันทึกการเข้า
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 04, 2010, 05:12:25 PM »

วัฒนธรรมประเพณี

งานกระบือและโคเนื้อแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ประจำปี 2553

วันที่ : 4 - 7 มีนาคม 2553
สถานที่ : ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์นครราชสีมา อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

กิจกรรม :
-การประกวดโคเนื้อ และกระบือในรุ่นต่างๆชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
-การแสดงนิทรรศการวิชาการของหน่วยงานต่างๆ
-การแสดงนิทรรศการและผลงานของกลุ่มเกษตรกร
-จำหน่ายสินค้า OTOP อุปกรณ์ด้านปศุสัตว์
-การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน ภูมิปัญญาสัมมนาวิชาการโคเนื้อ
-การประมูลกระบือพบกับซุ้มเกษตรกร 4 ภาค



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :
กรมปศุสัตว์
www.dld.go.th
 

งานประเพณีกินเข่าค่ำและของดีเมืองสูงเนิน ประจำปี 2553

12-14 มีนาคม 2553
ณ บริเวณปราสาทเมืองแขก ต.โคราช อ.สุงเนิน นครราชสีมา

กิจกรรม
- กินเข่าค่ำนั่งพื้นแบบไทยๆ ในโบราณสถาน  ชมแสง เสียง อลังการ ณ ปราสาทเมืองแขก ในชื่อชุด ศรีจนาศะปุระ   รับประทานอาหารแบบขันโตกื (1 โตก 5 ท่าน โตกละ 1,500 บาท )
- นิทรรศการวิชาการการจัดแสดงและการจำหน่ายของดีเมืองสูงเนิน
- การออกร้านหนึ่งผลิตภํณฑ์หนึ่งตำบล และสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้าน
- การประกวดการแข่งขันของดีเมืองสูงเนินและผลิตภัณฑ์พื้นบ้านนานาชนิด

สอบถามเพิ่มเติม
- ที่ว่าการอำเภอสูงเนิน โทร. 0 4441 9259  ต่อ 18
- เทศบาลตำบลสูงเนิน โทร. 0 4441 9795


งานฉลองวันแห่งชัยชนะ ท้าวสุรนารี ประจำปี 2553

วันที่ 23 มีนาคม - 3 เมษายน 2553
ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา

กิจกรรม
- ขบวนสักการะและขบวนบวงสรวงคุณย่าโม
- เทศกาลอาหาร การแต่งกายโคราชย้อนยุค เส้นทางโคราชย้อนยุค การแสดง แสง สี เสียง "ประวัติศาสตร์เมืองคุณย่า"  ณ สนามกีฬาค่ายสุรนารี
- การออกร้านและนิทรรศการของภาครัฐและภาคเอกชน
- การแสดงและจำหน่ายสินค้าที่มีชื่อเสียงของโคราช
- การประกวดนางสาวนครราชสีมา
- การประกวดร้องเพลง ผ้าไหม พระเครื่อง แมวโคราช
- การแสดงดนตรีจากศิลปินมีชื่อเสียง

สอบถามเพิ่มเติม
-  สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา โทร 0 4424 3798
-  ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา โทร 0 4425 1818
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โทร. 0 4424 4842


การแสดง “มินิไลท์ แอนด์ ซาวด์ พิมาย"

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม / วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ / วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม และวันเสาร์ที่ 24 เมษายน 2553  
เวลา 17.30 – 20.00 น.  
ณ   อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย   อำเภอพิมาย   จังหวัดนครราชสีมา

จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานนครราชสีมา  ขอเชิญ      ทุกท่านชมการแสดง   “มินิไลท์ แอนด์ ซาวด์ พิมาย”    วันเสาร์ที่ 30 มกราคม / วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ / วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม และวันเสาร์ที่ 24 เมษายน 2553  เวลา 17.30 – 20.00 น.  ณ   อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย   อำเภอพิมาย   จังหวัดนครราชสีมา

นายอรรถพล  วรรณกิจ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครราชสีมา เผยว่า  นี่คือการแสดงนาฏการที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม การแสดง “มินิไลท์ แอนด์ ซาวด์ พิมาย” วิมายะนาฏการ ในชุด “พุทธบูชา” เป็นการแสดงประกอบแสงเสียงขนาดเล็ก  เพื่อบอกเล่าถึงความเจริญรุ่งเรืองเมื่อครั้งอดีตกาลของเมืองพิมาย และอารยธรรมขอมโบราณ “ปราสาทหินพิมาย”  

กิจกรรมภายในงานที่ต้อนรับผู้มาเยือนของชาวพิมาย ด้วยพิธีการบายศรีสู่ขวัญ  การนำชมศาสนสถาน  สมัยอาณาจักรขอมโบราณภายในอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย   โดยยุวมัคคุเทศก์  จากโรงเรียนพิมายวิทยา    ชมการสาธิตการทำอาหารพื้นบ้านเมืองพิมาย ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงประกอบแสงเสียงขนาดเล็ก “วิมายะนาฏการ”   ชุดพุทธบูชา เป็นการแสดงที่จินตนาการจากเรื่องราวของภาพจำหลักในปราสาทหินพิมาย  ออกมาเป็นนาฏลีลา  อาทิ  ฉากการสร้างปราสาทหิน การแสดงรำมวยโบราณ   เรือมจับกรับ   เรือมซันตรูจ   ขบวนแห่พระพุทธบูชา  และระบำพิมายปุระ     ณ  อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย  อำเภอพิมาย  จังหวัดนครราชสีมา
          
ค่าบัตรเข้าชมการแสดง 400  บาท ต่อ 1 ท่าน ราคานี้รวมค่าชมการแสดง  กิจกรรมต่าง ๆ และค่าชมการสาธิตการทำอาหารพื้นเมือง
          
การจองบัตรชมการแสดงรอบปกติ สามารถสอบถามและจองบัตรได้ที่  
          - ที่ว่าการอำเภอพิมาย  โทร. 0 4447 1617
          -  เทศบาลตำบลพิมาย  โทร.0 4447 1121  
          
การจองบัตรชมการแสดงรอบพิเศษ แบบหมู่คณะจำนวนตั้งแต่  1 - 200 คน  ค่าเหมารอบการแสดงรอบละ  60,000  บาท  หรือ หมู่คณะจำนวนตั้งแต่  201 - 400 คน ค่าเหมารอบการแสดงรอบละ  65,000  บาท  หรือ หมู่คณะจำนวนตั้งแต่  401 คน ค่าเหมารอบการแสดงรอบละ  70,000  บาท (รอบการแสดงพิเศษ ค่าอาหารเพิ่มท่านละ 200 บาท) พร้อมมีบริการภาษาต่างประเทศ  (เฉพาะรอบพิเศษ)  ญี่ปุ่น /  อังกฤษ  และฝรั่งเศส  ติดต่อสอบถาม/จองการแสดงรอบพิเศษได้ที่ คุณจาตุรงค์  ถนอมกลาง  โทร.0 4447 1617  คุณญาดา  ศริญญามาศ  โทร. 08 1877 6682 / 0 4447 1650  เทศบาลตำบลพิมาย  โทร.0 4447 1121  ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวพิมาย โทร.08 6648 5228  หรือที่  ททท. สำนักงานนครราชสีมา โทร. 0 4421 3030 / 0 4421 3666  www.tat.or.th/nakhonratchasima


“วิสาขบูชา พุทธบารมี” ประจำปี ๒๕๕๓
วันที่ : ๑ พฤษภาคม – ๖ มิถุนายน  ๒๕๕๓     
สถานที่ : ณ วาไรตี้ ฮอลล์ / ห้องเอ็มซีซีฮอลล์ ชั้น ๓ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ นครราชสีมา



กองทัพภาคที่ ๒ ร่วมกับ จังหวัดนครราชสีมา เทศบาลนครนครราชสีมาบริษัท เดอะมอลล์ ราชสีมา จำกัด พร้อมด้วยคณะสงฆ์จังหวัดนครราชสีมา สนับสนุนการประชาสัมพันธ์ โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานนครราชสีมา ขอเชิญทุกท่านร่วมกิจกรรม “วิสาขบูชา  พุทธบารมี”  ประจำปี ๒๕๕๓ ในระหว่างวันที่ ๑ พฤษภาคม – ๖ มิถุนายน ๒๕๕๓ ณ วาไรตี้ ฮอลล์ / ห้องเอ็มซีซีฮอลล์  ชั้น ๓  ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ นครราชสีมา 

กิจกรรมการจัดงาน “วิสาขบูชา  พุทธบารมี” ประจำปี 2553  ที่จัดขึ้น  ในระหว่างวันที่ ๑ พฤษภาคม – ๖ มิถุนายน  ๒๕๕๓  เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นัdท่องเที่ยว จะสามารถสร้างบุญกุศล อันเป็นมหามงคลแก่ชีวิต อันจะเกิดการได้เดินทางมาท่องเที่ยว   และร่วมสักการะ
บูชาพระบรมสารีริกธาตุ อีกทั้งกิจกรรมที่เข้าถึงแก่นธรรม น้อมนำปฏิบัติตามแนว สัมมาสมาธิ “ทำดี ได้ธรรม” กิจกรรมเหล่านี้จะทำให้พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่นอกจากจะได้มหาบุญกุศล มงคลแก่ชีวิต ยังจะสามารถเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงไปยังเส้นทางศรัทธามหามงคลไหว้พระโคราช “ ๙ มงคลสถาน ๒ วิหารลานบุญ” ตามสถานศาสนาต่างๆ ของจังหวัดนครราชสีมาอีกด้วย

กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด อาทิ ชมนิทรรศการตามรอยพระอริยะ รวมรูปหล่อสุดยอดพระอริยะ ๙ รูป ของภาคอีสาน เส้นทางตามรอยพ่อ นิทรรศการภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นิทรรศการ “คำพ่อสอน” ธรรมบรรยาย  รวมถึงกิจกรรมสุขใจได้บุญ การปิดทองพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ไทย – อินเดีย ๙ องค์ ๙ วัด ใส่บาตรประจำวันเกิด ขยายพุทธพจน์อย่างลึกซึ้ง โดยธรรมวิทยากรชื่อดัง เช่น  พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี(ว.วชิรเมธี) พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต  และพระพยอม  กัลยาโณ เป็นต้น 
               
นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่   
ฝ่ายเลขานุการ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์นครราชสีมา โทรศัพท์ ๐ ๔๔๒๓ ๑๐๐๐  หรือที่   
ททท.สำนักงานนครราชสีมา   โทร. ๐ ๔๔๒๑ ๓๐๓๐ / ๐ ๔๔๒๑ ๓๖๖๖  ทุกวันในเวลาราชการ
website : www.tat.or.th/nakhonratchasima     
E – Mail : tatsima@tat.or.th
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2010, 10:03:43 AM โดย Thailand Holiday Club » บันทึกการเข้า
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 04, 2010, 05:15:25 PM »

กิจกรรมท่องเที่ยว

กิจกรรมผจญภัย จ.นครราชสีมา

จังหวัดนครราชสีมามีสถานที่ท่องเที่ยวและรีสอร์ทหลายแห่งที่มีกิจกรรมผจญภัยในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ขี่ม้า รถเอทีวี  จักรยานเสือภูเขา ฯลฯ โดยเฉพาะที่อำเภอปากช่องซึ่งได้ชื่อว่าเป็น เมืองคาวบอย และมีกิจกรรมผจญภัยที่สนุกสนานบริการนักท่องเที่ยวมากมาย อาทิ

ฟาร์มโชคชัย โทร. 04432 8485 www.farmchokchai.com
ภูผาหมอก โทร. 08 9923 3600  www.phoophamhork.com
ภูเพชรรีสอร์ท โทร. 04493 5524-5  ww.phuphetresort.com
เดอะกรีนเนอรี่ รีสอร์ท โทร. 0 4429 7668 www.greeneryresort.com
เขาใหญ่ บี.บี.กัน โทร. 0 4429 7714  www.khaoyaibbgun.com
โบนันซ่า แรนซ์ เขาใหญ่ โทร. 0 4492 1603  www.bonanza-khaoyai.com
แพนเธอร์ครีค โทร. 08 1840 1965  www.panthercreekcowboy.com
ทองสมบูรณ์คลับ โทร. 0 4431 2248 www.thongsomboon-club.com
ทองสมบูรณ์คลับ โทร. 0 4431 2248  www.fountaintreeresort.com
ฟาวเท่นทรี รีสอร์ท โทร. 08 7880 8158

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเขาใหญ่-ปากช่อง โทร. 04431 6279, 0 4431 2248


แหล่งดูนก ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นครราชสีมา

ป่าส่วนใหญ่เป็นป่าดิบแล้ง ป่าเบญจะพรรณ ป่าดิบเขาทุ่งหญ้า และป่าเต็งรัง มีนกชุกชุม กว่า 350 ชนิด ที่น่าสนใจและพบบ่อย เช่น นกขุนแผนหัวแดง (Red-headed Trogon) นกแต้วแล้วสีน้ำเงิน (Blue Pitta) นกกะ เต็นลาย (Banded Kingfisher) นกโพระดกคอสีฟ้าเคราดำ (Moustached Barbet) นกกก (Great Hornbill) นกพญาไฟใหญ่ (Scarlet Minivet) ส่วนนกที่ค่อนข้างหายากแต่หาดูได้ที่เขาใหญ่ เช่น ไก่ฟ้า พญาลอ (Siamese Fireback) นกโกโรโกโส (Coral-billed Ground-Cuckoo) นกยางลายเสือ (Malayan Night-Heron) และนกอ้ายงั่ว (Oriental Darter) เป็นต้น จุดดูนกที่ดี ในเขาใหญ่มีดังนี้ บริเวณรอบ ๆ ที่ทำการอุทยานฯ เส้นทางเดินเท้าหมายเลข 6 (ทางมอสิงโต) บริเวณกิโลเมตรที่ 45 ผากล้วยไม้ บริเวณน้ำตกเหวสุวัต ทางเดินเท้า-วังจำปี-หนองผักชี ด่านช้าง และในบริเวณจุดชมวิวทางลงไป ปากช่อง ซึ่งจะพบนกได้ค่อนข้างมากกว่าจุดอื่น ๆ

การเดินทาง

          ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 สู่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครรราชสีมา แล้วเลี้ยวขวาระหว่างกิโลเมตรที่ 165 -166 ขึ้นเขาไปอีก 40 กิโลเมตร หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 33 (นครนายก-อรัญประเทศ) ไปประมาณ 21 กิโลเมตร ถึง สี่แยกเนินหอม จังหวัดปราจีนบุรี เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3077 ไปอีก 45 กิโลเมตร มีจุดกางเต็นท์บริเวณ ผากล้วยไม้ หรือหากไปเป็นกลุ่มคณะ อาจทำหนังสือติดต่อไปที่ส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. (02) 561-4292 ต่อ 724-5 เพื่อขอพักที่ค่ายพักเยาวชนได้ 
 

แหล่งดูนก ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นครราชสีมา





บันทึกการเข้า
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 04, 2010, 05:18:13 PM »

ตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยว

เที่ยวธรรมครื้นใจ ท่องละไมทั่วโคราช

เส้นทางท่องเที่ยว เที่ยวธรรมครื้นใจ ท่องละไมทั่วโคราช

โปรแกรมที่ 1

เช้า แวะนมัสการและชมความยิ่งใหญ่ รูปปั้นหลวงพ่อโต ที่อุทยานลานบุญมหาวิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์โต ริมถนนมิตรภาพ อ.สีคิ้ว จากนั้นแวะชมกังหันลมที่ โรงไฟฟ้าลำตะคอง อ.สีคิ้ว
ทานอาหารกลางวันบริเวณสีคิ้ว
บ่าย แวะนมัสการ พระพุทธสกลสีมามงคล ซี่งประดิษฐานบนยอดเขา ณ วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม จากนั้นแวะตลาดน้ำกลางดง ตลาดขนาดย่อม จำหน่ายสินค้าทำมือ และอาหารหลากเมนุ

โปรแกรมที่ 2

เช้า จากตัวเมืองย่าโม แวะสักการะอนุสารีย์ท้าวสุรนารี  ชมพระอุโบสถรูปสำเภาโต้คลื่นที่วัดศาลาลอย และแวะวัดนารายณ์มหาราช ซึ่งถือเป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่ง ซึ่งภายในวัดมีศาลพระนารายณ์มหาราชเป็นที่ตั้งของเทวรูปพระนารายณ์สี่กร
ทานอาหารกลางวันในอำเภอเมืองโคราช
บ่าย เข้าชมพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน ซึ่งจัดแสดงซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตต่างๆ  จากนั้นแวะชมและเลื่อกซื้อผลิตภัณฑืเครื่องปั้นดินเผาที่ หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน


เส้นทางท่องเที่ยว "ไหว้พระโคราชมหาศรัทธา เมืองคุณย่าหลากเรียนรู้"

เส้นทางที่ 2 แหล่งเรียนรู้ คู่โคราช

ช่วงเช้า
- เข้าชม พิพิธภัณฑ์วิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณ๊ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเฉลิมพระเกียรติมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา อ.เมือง นับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย และแห่งแรกของภูมิภาคเอเชีย ที่มีการจัดแสดงซากดึกดำบรรพ์ หรือฟอสซิล ของสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ ที่มีความหลากหลาย และสมบูรณืที่สุด โดยเฉพาะไม้กลายเป็นหินอายุยาวนาน 170 - 0.7 ล้านปีก่อน พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ฟอสซิล 1 ใน 7 แห่งของโลก ทั้งนี้โดยการจัดแสดงให้น่าสนใจ มีทั้งสี แสง เสียง ความเคลื่อนไหว ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางการศึกษานอกระบบด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงของดินแดนอีสานจากบรรพกาล...ปัจจุบัน
- สุดยอดกับ 7 มหัศจรรย์ของ สวนสัตว์นครราชสีมา อ.เมือง อาทิ ช้างอาฟริกา / เสือดาว / การแสดงโชว์แมวน้ำแสนรู้ เป็นต้น และอีกหลากความน่าสนใจที่รอการมาเยือนของทุกท่าน ศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ความสามารถของสัตว์นานาชนิต

ช่วงบ่าย
- รับประทานอาหารกลางวัน กับหลากเมนูแสนอร่อย อาทิ หมี่โคราช / ไก่ย่าง / ขนมจีนประโดดกอันเหนียวนุ่ม เป็นต้น
- สัมผัสหัถกรรมสุดยอดแห่งลวดลายอันวิจิตร ผ้าไหมอำเภอปักธงชัย กับหลากสีสันและลายไหมที่อ่อนช้อย ที่ถือเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เรียนรู้กับการร้อยสายไหมที่สวยงาม การถัก การทอ การย้อม จนกระทั่งมาเป็นผ้าไหมอันงดงาม
- แหล่งเรียนรู้ แหล่งเครื่องใช้โบราณ กับดินแดนแห่งลุ่มแม่น้ำมู, หมู่บ้านต้นแบบ OTOP หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผ่าด่านเกวียน อ.โชคชัย ลวดลายสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของดิน เครื่องปั้น สินค้า OTOP ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของเมืองโคราช ความน่าสนใจของขั้นตอนการนำดินเหนียวมาปั้นให้เกิดเป็นภาชนะ เครื่องใช้ จนถึงของตกแต่ง หลากรูปแบบ การเข้าเตาเผาโบราณ ที่ถือว่าเป็นวิถีชีวิตชุมชนคนด่านเกวียน

ช่วงเย็น
- เดินทางกลับ หรือเข้าที่พักในตัวจังหวัดนครราชสีมา กับหลากระดับราคาไม่ว่าจะเป็นที่พักหลักร้อยสวรรค์น้อยๆ ของนักเดินทาง หรือที่พักสรรสร้างอันหรูหรา ที่พร้อมให้การบริการกับทุกๆ ท่านด้วยความอบอุ่น และความเป็นเจ้าบ้านที่ดี


เส้นทางท่องเที่ยว "ไหว้พระโคราชมหาศรัทธา เมืองคุณย่าหลากเรียนรู้"

เส้นทางที่ 1 ศรัทธามหามงคลไหว้พระเมืองโคราช

ช่วงเช้า
- ออกเดินทางแบบสบายๆ เข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา
- แนะนำสถานที่ที่ทุกคนไม่ควรจะพลาด เพื่อชมความยิ่งใหญ่ของ อุทยานลานบูญมหาวิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ริมถนนมิตรภาพ อ.สีคิ้ว โดยมีคุณสรพงษ์ ชาตรี เป็นประธานมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการก่อสร้าง "หลวงปู่โต" เป็นพระมีมีขนาดใหญ่หน้าตักกว้าง 8 เมตร ใหญ่ที่สุดในโลก
- อีกหนึ่งสถานที่ที่เป็นสุดยอด "อารยธรรมโบราณ" มาย้อนรอยอารธรรมขอมโบราณที่ยาวนาน พร้อมกับศึกษาธรรม ณ วัดธรรมจักรเสมาราม อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอนหินทรายที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย มีอายุยาวนานประมาณ 1,200 ปี ภายในวัดยังมีธรรมจักรศิลปะทวารวดีได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะศรีวิชัย

ช่วงบ่าย
- รับประทานอาหารกลางวัน กับหลากเมนูอาหารแสนอร่อย อาทิ หมี่โคราช / ไก่ย่าง / ขนมจีนประโดดกอันเหนียวนุ่ม เป็นต้น
- นมัสการอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง อนุสรณ์สถานคู่บ้านคู่เมืองโคราชและประวัติศาสตร์ออันกล้าหาญนำความภาคภูมิใจแก่ชาวโคราชและคนไทยทั้งมวล
- หรือเลือกที่จะนั่งรถรางชมเมือง กับ เส้นทางอารยธรรมเมืองย่าโม กับความเป็นมาของเมืองโคราชที่ควรจดจำและนำไปศึกษา
- เข้าชม วัดศาลาลอย อ.เมือง พระอุโบสถ มีความงดงามแปลกตาและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เป็นลักษณะศิลปะประยุกต์ สร้างเป็นรูปสำเภาโต้คลื้นใช้วัสดุพื้นเมือง คือใช้กระเบื้องดินเผาด่านเกวียน ภายในมีพระประธานปูนปั้นสีขาว ปางห้ามสมุทร หรือปางห้ามญาติ เป็นพระพุทธรูปยืนประทับ ณ ประตูเมืองสังกัส-นคร ด้านหน้าอุโบสถเป็นสระน้ำ มีศาลากลางสระ ภายในมีปูนปั้นรูปคุณหญิงโมนั่งพนมมือ สำหรับกำแพงแก้วเป็นรูปเสมาสัญลักษณ์ของเมืองเสมาเดิม ซึ่งเป็นเมืองเก่าของเมืองนครราชสีมา อีกทั้งเพลงโคราชที่ใครหลายคนได้ขอพรไว้ซึ่งประสบผลสำเร็จดังหวังมาแก้บนถวายย่าโม
- เข้าทำสมาธิปฏิบัติธรรม ณ วัดป่าสาละวัน อ.เมือง เป็นวัดประเภทอรัญวาสี วัดเก่าแก่ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นที่เก็บอัฐิของบูรพาจารย์ทั้ง 5 ท่านได้แก่ หลวงปู่มั่นภูริทัตโต, หลวงปู่เสาร์, หลวงปู่สิงห์, พระอาจารย์พร และหลวงพ่อพุธฐานิโย

ช่วงเย็น
- เดินทางกลับ หรือเข้าที่พักในตัวจังหวัดนครราชสีมา กับหลากระดับราคาไม่ว่าจะเป็นที่พักหลักร้อยสวรรค์น้อยๆ ของนักเดินทาง หรือที่พักสรรสร้างอันหรูหรา ที่พร้อมให้การบริการกับทุกๆ ท่านด้วยความอบอุ่น และความเป็นเจ้าบ้านที่ดี
บันทึกการเข้า
Thailand Holiday Club
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Gold
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 04, 2010, 05:18:24 PM »

มุม Download

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้จัดทำข้อมูลจังหวัดต่าง ๆ ทั้ง 76 จังหวัด ทั่วประเทศไทย เพื่อเผยแพร่แก่ผู้สนใจทั่วไป เป็นข้อมูลเพื่อการค้นคว้า และอ้างอิงแก่นักเรียน นักศึกษา ข้อมูลทั้งหมดนี้ ท่านสามารถ download ได้ในรูปแบบเอกสาร MS-Word (.doc) หากท่านต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถ ติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในแต่ละภูมิภาค

ดาวน์โหลดข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดนครราชสีมา

ดาวน์โหลดข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวก จังหวัดนครราชสีมา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 04, 2010, 06:02:05 PM โดย Thailand Holiday Club » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: