หน้า: [1] 2 3 ... 5   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สุราษฏร์ธานี-กระบี่-เกาะพีพี-อ่าวนาง-สระมรกต  (อ่าน 35011 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Boonnada
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Platinum
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1346


Aye @ THC


« เมื่อ: กันยายน 02, 2009, 09:48:29 PM »

ทริปนี้เราขอเที่ยวกันแบบลุยไปข้างหน้าหรือบางคนอาจจะเรียกว่าไปตายเอาดาบหน้า นั่นก็คือไม่มีการจองสิ่งใดทั้งสิ้น ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วง high-season ของการท่องเที่ยวทางทะเลในบ้านเราซะด้วย ที่พักคงหายากน่าดู  แต่เอาน่า!!เพื่อความมันและเพิ่มสีสันในการท่องเที่ยว ต้องขอลองดูสักตั้ง เที่ยวในเมืองไทย อย่างไรซะก็บ้านเรา

แต่ก่อนอื่นเราก็ต้องศึกษาข้อมูลของแหล่งท่องเที่ยวที่เราจะไปเยือนด้วยนะคะ ในการเดินทางครั้งนี้จุดหมายปลายทางอยู่ที่เกาะพีพี  อ่าวนาง  และสระมรกต เรามีเวลาในการท่องเที่ยว 5 วัน … ถ้าพร้อมแล้ว…เราไปลุยทะเลใต้ด้วยกันเลย

ครั้งนี้เรามีเพื่อนร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกัน 4 คน ก็คือสามสาวชาวไทย และหนึ่งหนุ่มแดนอาทิตย์อุทัย ที่ครั้งนี้ตีตั๋วบินมาเที่ยวไทยโดยเฉพาะ จะว่าไปแล้วเกาะพีพีของบ้านเรา มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวในฝันของชาวต่างชาติ ได้ยินแบบนี้ในฐานะคนไทยก็ยิ้มแก้มปริกันเลยทีเดียว  แต่จะว่าไปไม่รู้ว่าทริปนี้เราสามสาวจะพาเพื่อนหนุ่มชาวญี่ปุ่นคนนี้ไปรอดหรือไปหลงกันแน่ ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า.. ตามไปดูกัน

เช้าวันที่หนึ่ง ของการเดินทางพวกเรานัดเจอกันที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เราซื้อตั๋วรถไฟสปริ๊นท์เตอร์ไปลงที่สุราษฏร์ธานี  แต่ตั๋วรถไฟมี 3 ใบ ส่วนคนมี 4 คน ทำอย่างไรดี ??? ยังไม่ทันเดินทางกันเลย ก็มีเรื่องให้แก้ปัญหากันแล้ว นี่แหละคือผลของการไม่จองไว้ก่อน เฮ่อ!! ซึมกันไปพักใหญ่ แต่อย่างไรก็ยังต้องเดินหน้าลุยกันต่อไป

 (การเดินทางไปเกาะพีพีนั้น สามารถนั่งรถไฟไปลงที่สถานีรถไฟสุราษฏร์ธานี แล้วนั่งรถต่อไปยังตัวเมือง จ.กระบี่ อีกประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วจึงนั่งเรือไปยังเกาะพีพี อีกประมาณ 2 ชม.เช่นกัน แต่การเดินทางโปรแกรมนี้ จากกรุงเทพฯ ไปถึงเกาะพีพี ไม่สามารถเดินทางจบได้ภายในหนึ่งวันนะคะ..การเดินทางโดยรถไฟสปริ๊นท์เตอร์จะมีสองรอบต่อหนึ่งวัน คือรอบเช้าเวลา 08.05 น. และรอบกลางคืนเวลา 22.50 น. เท่านั้น ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมงครึ่ง ถ้าออกจากกรุงเทพฯ เวลา 08.05 น. ก็จะถึงสถานีรถไฟสุราษฏร์ธานีประมาณ 16.30 น.ค่ะ) 

ดังนั้นเราคงต้องหาที่พักค้างคืนกันที่ตัวเมืองสุราษฯ แต่ถ้าใครอยากจะไปพักค้างคืนที่กระบี่ก็สามารถต่อรถไปนอนที่กระบี่ได้เช่นกันค่ะ

สรุปแล้วสองสาวชาวไทยก็นั่งรถไฟกันไปสองคน ส่วนหนึ่งหนุ่มชาวญี่ปุ่นพร้อมเพื่อนสาวชาวไทยอีกคนก็ขอนั่งรถทัวร์กันไป ที่ต้องแยกกันไปเพราะเมื่อเรามาถึงสถานีก็ได้ซื้อตั๋วไว้ 3 ใบ เนื่องจากตอนแรกตกลงไปเที่ยวกันแค่ 3 คน คือเราสองสาวซี้ย้ำปึ๊ก(เอ๋-พี่บุ๋ม) และอิชิโร่ โมริ เพื่อนชาวญี่ปุ่นที่อยากนั่งรถไฟไทยเป็นอย่างมาก แต่เมื่อโมริชวนเพื่อนชาวไทย (จุ๊บแจง) ที่พูดภาษาญี่ปุ่นเก่งมากๆ มาด้วยอีกหนึ่งคน พวกเราก็ดีใจที่จะได้มีเพื่อนไปสนุกด้วยกันเยอะๆ  แต่ชีวิตผิดแผนครั้งที่หนึ่งก็เริ่มต้นแล้ว เมื่อตั๋วรถไฟหมด เนื่องจากไม่ได้จองไว้ก่อน เสียตั๋วรถไฟไปฟรีหนึ่งใบ แต่เราสามารถคืนได้นะ ได้เงินกลับมา 50 เปอร์เซ็นต์ของราคาตั๋วรถไฟ (ตั๋วรถไฟราคาใบละ 578 บาท) ฮือฮือฮือ (เงินพี่บุ๋ม ฮือฮือฮือ)..

อิชิโร่ โมริขอรับผิดชอบโดยการส่งเราขึ้นรถไฟ ส่วนตัวเขาและจุ๊บแจงก็รีบไปขนส่งสายใต้เพื่อนั่งรถทัวร์แล้วนัดไปเจอกันที่ตัวเมืองสุราษฏรธานี  อย่างไรซะเพื่อนไม่ทิ้งเพื่อน จะปล่อยให้เพื่อนผู้หญิงเดินทางไปคนเดียวได้อย่างไรกัน (แล้วเราไปกันสองคนจะหลงรึเปล่าเนี่ย???? ห่วงตัวเองอยู่เหมือนกัน ยิ่งมึนๆ กันอยู่)

การเดินทางโดยรถไฟก็สนุกดีนะ..ได้ชมวิวไปตลอดทาง และรู้สึกปลอดภัยด้วย..แต่ก็อดคิดถึงโมริและน้องแจงไม่ได้ ไม่รู้ป่านนี้จะได้เดินทางออกจากกรุงเทพฯ แล้วหรือยัง………

บันทึกการเข้า

Boonnada
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Platinum
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1346


Aye @ THC


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 03, 2009, 11:51:39 PM »

การเดินทางเริ่มขึ้นแล้ววววววววว  :smiley


* 1.jpg (49.17 KB, 620x301 - ดู 419 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Boonnada
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Platinum
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1346


Aye @ THC


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 03, 2009, 11:54:29 PM »

นั่งรถไฟไปเที่ยวก็เป็นอีกหนึ่งสีสันในการท่องเที่ยว ติดใจแล้วซิเนี่ย ที่สำคัญมีของว่างและอาหารกลางวันที่มีรสชาติใช้ได้เลยทีเดียว  จำได้ว่าเป็นทอดมันปลาเค็ม กับหลนปลานี่แหละ แต่ไม่ทันได้เก็บภาพมาฝาก  นึกได้อีกที อาหารของสองสาวก็หมดกล่องแล้ว แต่เมื่อรู้ว่าสถานีต่อไปคือสถานีรถไฟหัวหิน  ต้องขอหยิบกล้องมาเตรียมไว้เลย เพราะชอบโครงสร้างและสีสันของสถานีรถไฟแห่งนี้มาก..สวยถูกใจมาก

และก่อนที่จะถึงสถานีรถไฟประจวบฯ เราจะได้เห็นวิวทะเลสวยๆ ขนานไปกับรถไฟที่เรานั่งอยู่ อย่างนี้ไม่เก็บภาพไม่ได้แล้ว หลังจากรับประทานอาหารกลางวันไปแล้วก็ถึงเวลาหลับลึกกันเลยทีเดียว  สะลึมสะลือตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เข้าเขต จ.สุราษฏร์ธานีแล้ว (โห!! นอนหลับกันจริงจังมากๆ) ส่วนวิวข้างทางก็เริ่มเห็นภูเขาสูงอยู่ใกล้  เวลานี้แดดร่มลงตกแล้ว ขอถ่ายภาพบนรถไฟไว้ชื่นชมสักหน่อย อีกไม่นานก็จะถึงสถานีจุดหมายปลายทางของเรา



* 2.jpg (48.28 KB, 413x566 - ดู 404 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Boonnada
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Platinum
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1346


Aye @ THC


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 03, 2009, 11:55:27 PM »

และเมื่อถึงเวลาเกือบห้าโมงเย็นก็ถึงสถานีรถไฟสุราษฏร์ธานี (อ.พุนพิน)..ใครจะไปกระบี่..นครศรีธรรมราช..เกาะสมุย เกาะพงัน เกาะเต่า ก็ต้องลงที่สถานีนี้ แล้วค่อยหารถไปกันต่อ แต่เมื่อลงจากรถไฟมาแล้ว ก็ต้องตะลึงกับความสวยงามของสถานีรถไฟแห่งนี้  ซึ่งมีองค์ประกอบของเส้นสายและโครงเหล็กที่สวยมากค่ะ



* 3.jpg (98.46 KB, 621x463 - ดู 404 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Boonnada
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Platinum
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1346


Aye @ THC


« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 03, 2009, 11:56:59 PM »

มีโอกาสได้เดินทางมาถึงแล้ว..ขอถ่ายภาพให้หนำใจไปเลย.. ครั้งหนึ่ง ณ สถานีรถไฟสุราษฏร์ธานี  Wink





* 4.jpg (59.64 KB, 560x405 - ดู 381 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Boonnada
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Platinum
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1346


Aye @ THC


« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 03, 2009, 11:58:06 PM »

ใครสนใจนั่งรถไฟไปเที่ยวแบบพวกเราก็ติดต่อสอบถามข้อมูลที่การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือโทรไปถามที่ 1690 นะคะ เมื่อเราถ่ายรูปกันหนำใจแล้ว ก็ถึงเวลานั่งคิดว่าจะเข้าไปในอำเภอเมืองสุราษฯ อย่างไรดี??เพราะมีให้เลือกสองทางคือ ถ้าอยากไปแบบเชิดๆ สบายๆ ก็นั่งรถเหมาหรือที่เขาเรียกว่าแท็กซี่ก็ได้ ราคาก็อยู่ที่ 200 บาท ไปสองคนก็ตกคนละร้อยบาท

หรือมีอีกหนึ่งทางให้เลือกก็คือ นั่งรถ บขส.สีส้ม ราคาค่าโยสารคนละ 12 บาทขาดตัว ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าเราและเพื่อนสาวจะเลือกไปคันใด….ก็แหม!! อะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัดไปก่อน  ยังคงต้องเที่ยวอีกหลายวัน เดี๋ยวงบประมาณหมดอดสนุกกันพอดี



* 5.jpg (33.17 KB, 620x219 - ดู 386 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Boonnada
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Platinum
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1346


Aye @ THC


« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 03, 2009, 11:59:58 PM »

เมื่อเข้าไปถึงใน อ.เมืองกันแล้ว รถสีส้มนี้ก็พาเราไปสุดทางที่ตลาดเกษตร 1 เราสองสาวก็นั่งรอเพื่อนอีกสองคนที่โดยสารรถทัวร์มาลงที่ บขส.ใหม่ (ซึ่งอยู่นอกเมือง) พวกเขาต้องต่อรถเพื่อมาหาเราใน อ.เมืองกันอีก (ทรมานเพื่อนต่างชาติไปหน่อยรึเปล่าเนี่ย?? แต่โปรแกรมนี้เพื่อนชาวญี่ปุ่นเป็นคนคิดนะเนี่ย เราแค่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนชาวไทยที่ดีพาเที่ยวเท่านั้นเอง) แต่ถึงอย่างไร คืนนี้เราก็ต้องหาที่พักใน อ.เมืองกันอยู่ดี เพราะพรุ่งนี้จะได้ต่อรถไป จ.กระบี่ด้วยกัน … ว่าแล้วก็นั่งรอเพื่อนกันต่อไป หิวก็หิว แต่ไม่รู้จะไปทางไหนกันต่อดี เดี๋ยวเพื่อนจะงง และเราก็จะงงด้วย  เพราะนี่เป็นครั้งแรกของการไปเยือน อ.เมืองสุราษฯ เลยนะคะ (องค์หนึ่งในตัวเราบอกว่า ” บอกแล้ว..ให้จอง..ให้จองที่พักไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องมาลำบาก หรือถ้านั่งเครื่องไปลงกระบี่ซะตั้งแต่แรกก็หมดเรื่องละ”…….อีกองค์หนึ่งในตัวเราก็บอกด้วยเสียงสวยๆ ว่า..”ไม่เป็นไรหรอก..แบบนี้ซิสนุกดี ประสบการณ์ใหม่ของชีวิตเลยนะเนี่ย”) สององค์ในร่างเถียงกันเอง ระหว่างนั่งหน้าซึมรอเพื่อนที่หน้าตลาดเกษตร 1

สักพักใหญ่ๆ เพื่อนอีกสองคนของเราก็มาถึง..แค่เห็นหน้าเพื่อนเท่านั้นแหละ ดีใจเหมือนไม่ได้เจอกันมาเป็นสิบปี..ในใจก็บอกว่า..รอดแล้วๆๆๆ (ฮ่าฮ่าฮ่า)  cry

ว่าแล้วพวกเราสี่คนก็ไปหาของอร่อยรับประทานกันที่ตลาดโต้รุ่งของเมืองนี้กันดีกว่า…(นั่งรถกะป๊อคันเล็ก คนละ 20 บาท)…ได้ข่าวว่าที่ตลาดแห่งนี้มีอาหารอร่อยๆ มากมาย และบรรยากาศก็ครึกครื้นน่าสนุก  พอไปถึงก็เป็นจริงสมคำร่ำลือ มีอาหารมากมายให้เลือกเลยหละ แต่ที่ขึ้นชื่อก็คงจะเป็นผัดหมี่  ที่มีแต่ผู้คนไปรุมล้อม..พี่บุ๋มของเราก็ไปรอต่อคิวแสนยาว..จนถอดใจไปเลย..ก็นึกว่าจะอดลองลิ้มชิมรสแล้ว เรื่องนี้มีเซอร์ไพรซ์ค่ะ..คือเรื่องมีอยู่ว่าเรามาเที่ยวเมืองสุราษฏร์ธานีทั้งนี้ ก็ต้องโทรหาเพื่อนที่อยู่ที่นี่ ก็เพราะความคิดถึงและอยากเจอนั่นแหละ มาถึงบ้านเขาแล้ว ไม่ให้เสียเที่ยวค่ะ นัดเจอกันดีกว่า..ว่าแล้วเพื่อนชาวสุราษฯ ของเรา (น้องโอ๋ เพื่อนที่เรารู้จักกันผ่านทางสังคมไดอารี่ออนไลน์ และกลายมาเป็นเพื่อนในชีวิตจริง) ก็ขับรถพร้อมครอบครัวมาจาก อ.พุนพิน เพื่อมาหาเราที่ตลาดโต้รุ่ง (น่าประทับใจมาก) และที่บอกว่ามีเซอร์ไพรซ์ก็คือ ก่อนแยกย้ายกันไป น้องโอ๋ให้สามีไปรอต่อคิวซื้อผัดหมี่ให้พวกเรา แถมขับรถเอามาให้ที่โรงแรมด้วย โอ้!!ประทับใจคูณสอง  ดีใจที่ได้ชิมรสชาดผัดหมี่แสนอร่อยของชาวสุราษฯ และซึ้งใจในน้ำใจของเพื่อนชาวสุราษฯ ครอบครัวนี้ด้วยค่ะ  Eyelashes

(และภาพด้านล่างนี้คือ บรรยากาศที่ตลาดโต้รุ่งเมืองสุราษฯ..เสื้อเหลืองคืออิชิโร่เพื่อนชาวญี่ปุ่นผู้ร่วมทริป กำลังเอนจอยอีทติ้งกับผลไม้ไทย และครอบครัวสุขสันต์ผู้มากด้วยน้ำใจเป็นอีกหนึ่งคุณค่าที่น่าจดจำของทริปนี้)



* 6.jpg (36.05 KB, 620x185 - ดู 393 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Boonnada
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Platinum
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1346


Aye @ THC


« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 04, 2009, 12:01:08 AM »

เมื่อรับประทานกันอิ่มเอมแล้ว ก็คิดกันว่าเราควรจะหาที่พักละแวกนี้แหละ เพราะวันนี้หมดแรงที่จะเดินทางแล้ว ถามคนแถวนั้นก็ได้ความว่า..ควรไปโรงแรมตาปี เพราะสามารถเดินจากตลาดโต้รุ่งไปถึงตัวโรงแรมได้เลย แต่ด้วยความที่เราไม่รู้ว่ามันใกล้จริงรึเปล่า จึงโบกรถกะป๊ออีกเช่นเคย คราวนี้ราคาค่าโดยสารคนละ 10 บาท ก็คงจะใกล้จริงๆ ..พอขึ้นไปนั่งบนรถ ไม่ทันได้คุยกันครบประโยคก็ถึงโรมแรมตาปีแล้ว  เออ..เดินไปได้จริงด้วย  ฮ่าฮ่า

โรงแรมตาปีต้อนรับอย่างดีมาก แถมราคาที่พักก็แสนประหยัด ราคา 400 บาท/คืนเท่านั้น .. เราจึงปรึกษาเรื่องการเดินทางของเราในวันรุ่งขึ้นเลยค่ะ สรุปว่ามีแพคเกจการเดินทางไปเกาะพีพีที่น่าสนใจมาก คือมีค่าใช้จ่ายคนละ 600 บาท เริ่มจากตอนเช้ามีรถมารับไปขึ้นรถบัสเพื่อมุ่งหน้าไป จ.กระบี่ จากนั้นพอลงรถก็จะมีรถมารับต่อเพื่อไปยังท่าเรือ แล้วลงเรือข้ามไปยังเกาะพีพ ( 600 บาทเนี่ยถึงเกาะพีพีเลยค่ะ..สรุปว่าคุ้มค่าจริงๆ เราจึงตัดสินใจเลือกแพคเกจนี้ทันที)

บันทึกการเข้า

Boonnada
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Platinum
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1346


Aye @ THC


« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 04, 2009, 12:01:59 AM »

คืนแรกของเรานอนพักผ่อนเอาแรงที่ตัวเมืองสุราษฯ ตื่นเช้าขึ้นมาก็ขอไปหาอาหารเช้าอร่อยๆ รับประทานกันดีกว่า..เดินไปเดินมาเจอร้านเก่าๆ ร้านหนึ่ง คนขายก็รุ่นคุณลุงคุณป้าของเรานี่เอง แต่ที่พิเศษคือมีอาหารเช้าที่เรียกว่าไส้กรอกใต้ เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นที่นี่แหละ ถ้าไม่ลองชิมก็คงเสียดายแย่ ที่ร้านนี้มีอาหารเช้าขายมากมายเลยค่ะ เช่นโจ๊กหมู ไส้กรอกใต้ ขนมปังหน้าหมู ทานคู่กับกาแฟร้อนๆ เป็นเช้าที่สดชื่นน่าดูเลยค่ะ ท้องอิ่มแล้วก็พร้อมที่จะลุยอีกหนึ่งวัน เกาะพีพีในฝันของเพื่อนเราใกล้จะถึงแล้ว (ขณะที่กำลังอิ่มอร่อยและเพ้อฝันกันไปต่างๆ นานา ก็เห็นพี่เจ้าหน้าที่ของโรงแรมตาปี วิ่งกระหืดกระหอบมาตามไปขึ้นรถ เกือบตกรถซะแล้วพวกเรา เฮ่อ!!!!)



* 7.jpg (48.84 KB, 413x415 - ดู 400 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Boonnada
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Platinum
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1346


Aye @ THC


« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 04, 2009, 12:03:36 AM »

การเดินทางวันที่สอง ของพวกเราก็เริ่มต้นอีกครั้ง.. 

เมื่อเขาวิ่งมาตามเรา เราก็ต้องรีบวิ่งกลับไป  เช้านี้มีรถกระบะสองแถวตระเวนรับนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นรถบัสไปที่กระบี่ นอกจากพวกเราสี่คนแล้ว ก็ยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกสองคนร่วมนั่งไปด้วย เมื่อไปถึงที่ท่ารถก็นั่งรอกันอีกสักพัก แล้วก็ได้ขึ้นไปจับจองที่นั่ง แต่ด้วยความชักช้าของพวกเราทั้งสี่ ทำให้ต้องแยกที่นั่งกันหมดเลยค่ะ เพราะบรรดาชาวต่างชาติคนอื่นเขาจับจองที่นั่งริมหน้าต่างกันหมดแล้ว แต่ก็ถูกใจบรรดาสาวไทยอย่างพวกเรานะ ได้นั่งสปี๊คอิงลิชฟุตฟิตโฟไฟว์กับชาวต่างชาติ  คนที่นั่งข้างเราเป็นชาวออสเตรีย มาเที่ยวไทยคนเดียวพร้อมกีต้าร์คู่ใจ จุดหมายปลายทางของเขาในวันนี้คือจังหวัดกระบี่  เราใช้เวลาเดินทางจากสุราษฯ-กระบี่ประมาณเกือบ  3 ชม. นั่งหลับคอพับกันไปตลอดทาง
 Lipsrsealed




* 8.jpg (81.69 KB, 620x462 - ดู 407 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Boonnada
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Platinum
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1346


Aye @ THC


« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 04, 2009, 12:04:41 AM »

เมื่อถึงตัวเมืองกระบี่ก็ใกล้เวลาเที่ยงวัน เริ่มหิวอีกแล้ว แต่ในใจคิดว่าเดี๋ยวเข้าไปหาของกินง่ายๆ เร็วๆ ในร้านสะดวกซื้อแล้วหย่อนลงท้องไปก่อน  เพราะคิดว่าคงต้องลงเรือกันเลย แต่ที่ไหนได้ เรามาไม่ทันเรือรอบแรก (10.00 น) ต้องรอไปอีกรอบตอนบ่าย (15.00 น.) แล้วเวลาตั้งสามชั่วโมงแห่งการรอคอยจะทำอะไรดีหละทีนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรอ ถ้าอย่างนั้นเที่ยวในเมืองกระบี่นี้แหละ ว่าแล้วก็เดินดุ่มๆ กันไป จนเจอร้านขนมจีนหน้าตาสะอาด ผักสดสีเขียวหน้าตาน่ารับประทานชวนให้พวกเรานั่งที่ร้านอย่างไม่รีรอ เพื่อนๆ สั่งขนมจีนแกงเขียวหวาน บางคนสั่งน้ำยาป่า เราสั่งขนมจีนน้ำพริก  แล้วก็สั่งไก่ทอดมาทานคู่กัน โอ้โห!!เป็นมื้อเที่ยงที่ง่ายดายแต่อร่อยจริงๆ  มันช่วยทดแทนความเซ็งที่ต้องรอเวลาขึ้นเรือเกือบ 3 ชั่วโมงได้ดี ฮ่าฮ่าฮ่า  และพอเหลือบไปเห็นสัญญาณไฟเขียวไฟแดง ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากร้านขนมจีน ก็ถึงกับตะลึงตึงตึงกันเลยทีเดียว เมื่อเห็นรูปปั้นมนุษย์ตัวโตถือป้ายสัญญาณไฟ  เห็นคนละแวกนั้นเล่าว่าสมัยก่อนเคยพบโครงมนุษย์ร่างใหญ่โตแบบนี้ที่ จ.กระบี่ ก็ไม่รู้ว่าจริงเท็จประการใด รู้แต่ว่ามันช่างสะดุดตาผู้คนที่ผ่านไปมาเหลือเกิน เมื่อเราอิ่มหนำสำราญกันแล้ว ก็ถึงเวลาแยกย้าย บางคนเข้าไปหาซื้อหนังสือในห้างชื่อไฮโซ “โวค”  บางคนเข้าร้านอินเตอร์เนต  ไปเช็คตั๋วเครื่องบินขากลับ  ส่วนเรานึกขึ้นมาได้ว่า มีเพื่อนในโลกไซเบอร์อีกหนึ่งคนที่เป็นคนกระบี่ ทำงานอยู่ที่บริษัททัวร์ชื่อยูแอนไอทราเวล ว่าแล้วก็ไม่รอช้า โบกรถมอเตอร์ไซด์หรือที่ชาวบ้านแถวนี้เรียกว่ารถเครื่อง  แล้วให้ไปส่งเราที่บริษัททัวร์ชื่อที่ว่านี้ พอลงรถเครื่องก็เห็นน้องแอนใส่เสื้อสีแดงนั่งอยู่ในบริษัทนั้น (เป็นการพบเจอตัวเป็นๆ กันครั้งแรก เพราะที่ผ่านมาก็ได้แต่คุยกันผ่านทางไดอารี่ออนไลน์และเอ็มเอสเอ็นแค่นั้น) แต่เมื่อเจอกันก็คุยกันได้เหมือนคนรู้จักกันมานานแล้ว เป็นเพราะน้องแอนคุยสนุกและก็ได้ให้ข้อมูลการท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่อีกด้วย  ทำให้การเดินทางของเราต่อจากนี้ มองเห็นเป็นภาพมากขึ้น ต้องขอบคุณจริงๆ การเดินทางท่องเที่ยวของเราในทริปนี้มีคุณค่าเพิ่มขึ้นอีกแล้ว



* 9.jpg (85.02 KB, 620x430 - ดู 406 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Boonnada
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Platinum
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1346


Aye @ THC


« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 04, 2009, 12:06:37 AM »

เดินเที่ยวเล่นในเมืองกระบี่กันก่อนลงเรือข้ามไปเกาะ  smiley


* 10.jpg (41.33 KB, 620x229 - ดู 403 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Boonnada
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Platinum
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1346


Aye @ THC


« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 04, 2009, 12:07:34 AM »

หลังจากที่อิ่มหนำสำราญ พบเพื่อนแสนเบิกบาน ใช้เวลาในการรอได้อย่างคุ้มค่ากันแล้ว ก็ถึงเวลาบ่าย 2 โมงครึ่ง ต้องรีบกลับไปที่ท่ารถ เพื่อต่อรถกระบะสองแถวไปยังท่าเรือ ขณะที่อยู่บนรถ อิชิโร่ทำท่าเหมือนกำลังแสดงมิวสิกวิดีโออยู่เลย เท่ชะมัด ฮ่าฮ่าฮ่า (ส่วนเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ เราก็คือผู้กำกับมิวสิกวิดีโอคนเก่งตัวจริงเสียงจริงคนจริง มีผลงานเป็นที่ถูกอกถูกใจวัยรุ่นมากมาย  ครั้งนี้ขอมาเที่ยวทะเลฝั่งอันดามันและอยากจะไปอ่าวในฝันก็คืออ่าวมาหยานั่นเองค่ะ แต่จะได้ไปรึเปล่านั้นเดี๋ยวรู้กันค่ะ)



* 11.jpg (34.63 KB, 503x243 - ดู 772 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Boonnada
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Platinum
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1346


Aye @ THC


« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 04, 2009, 12:09:13 AM »

เมื่อถึงท่าเทียบเรือปากคลองจิหลาด ทุกคนก็ขนสัมภาระลงเรือ เพื่อจับจองที่นั่งมุมดีเป็นการด่วน ตอนนี้ทุกคนได้ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ไม่มีทางทิ้งกันแน่นอน ฮ่าฮ่าฮ่า  ระยะเวลาจากท่าเรือไปเกาะพีพีประมาณ 2 ชม. นั่งชมเกาะ ชมทะเล ลมพัดเย็นสบายไปเรื่อยๆ ตลอดทาง ใครเหนื่อยหรือร้อนก็มานั่งในเรือชั้นล่าง มีแอร์เย็นสบาย ใครหิวขนมหิวน้ำก็มีขายบนเรือ ไม่ให้อดอยากกันเลยค่ะ  ส่วนอิชิโร่กับน้องแจงก็นั่งชมทะเลชิลชิลกันไป  ท่าทางอิชิโร่จะชอบทะเลไทยนะคะ



* 12.jpg (69.12 KB, 620x431 - ดู 384 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Boonnada
Global Moderator
นักเดินทางระดับ Platinum
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1346


Aye @ THC


« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 04, 2009, 12:10:05 AM »

การเดินทางวันที่ 2 ของเราใกล้ถึงจุดหมายของทริปนี้แล้ว

แล้วจะมาเล่าให้อ่านถึงบรรยากาศบนเกาะพีพีดอน และการไปเที่ยวเกาะพีพีเล ในตอนที่สองนะคะ
   Cheesy
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 3 ... 5   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: